ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอนจำกัด
ว่าด้วย เงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2548
 

        

           อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับของ สหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด ข้อ 79 (8) และข้อ 107(3) คณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 23 จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามมติคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 23 วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2548 ไว้ดังนี้
          ข้อ 1. ระเบียบนีเรียกว่า " ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด ว่าด้วย เงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเ้ฉิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2548"
          ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป
          ข้อ 3. ให้ยกเลิกข้อความทั้งหมดแห่งระเบียบ สหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด ว่าด้วย เงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน (ฉบับที่   4) พ.ศ. 2546 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

 

หมวด 1
ข้อกำหนดทั่วไป


          ข้อ 1. ในระเบียบนี้ สหกรณ์ให้เงินกู้แก่สมาชิก 2 ประเภท คือ
          (1) เงินกู้สามัญ
          (2) เงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินนั้น สหกรณ์จะให้กู้ได้เฉพาะแก่สมาชิกเท่านั้น
          (3) การให้เงิรนกู้แก่สมาชิกนั้น จะให้ได้เฉพาะกรณีเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร แต่จะให้เงินกู้เพื่อการสุรุ่นสุร่ายหรือการเก็งกำไรไม่ได้

 

หมวด 2
เงินกู้สามัญ


          ข้อ 4. ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้แก่สมาชิกได้ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และในข้อบังคับของสหกรณ์
          คณะกรรมการดำเนินการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเงินกู้ขึ้น ตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ ข้อ 84 เพื่อมอบอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกให้ปฏิบัติได้
          ข้อ 5. สมาชิกผู้ประสงค์ ขอกู้เงินสามัญต้องเสนอคำขอกู้ต่อสหกรณ์ ตามแบบที่กำหนดไว้
          ข้อ 6. คำขอกู้เงินกู้่สามัญของสมาชิกนั้น ต้องเสนอโดยผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเงินกู้ ซ่งแต่งตั้งจากคณะกรรมการดำเนินการ จำนวน 7 คน
          ข้อ 7. จำนวนเงินกู้ที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่งๆ นั้นย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควรแต่ต้องอยู่ภายในจำกัดไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือจำนวนเงินได้รายเดือนรวมห้าสิบเดือนของสมาชิกนั้น สุดแต่จำนวนไหนน้อยกว่า
          ในกรณีที่สมาชิกกู้เงินสามัญ โดยมีค่าหุ้นหรือเงินฝากหรือค่าหุ้น และเงินฝากรวมกันค้ำประกัน ให้กู้ได้ภายในจำนวนไม่เกินร้อยละเก้าสิบของค่าหุ้นหรือเงินฝาก หรือค่าหุ้นและเงินฝากรวมกันทั้งหมด ที่เป็นหลักประกันนั้นเงินกู้ตามความในวรรคนี้ผู้กู้สามารถกู้ได้เกินกว่าจำนวนสูงสุึดกำหนดไว้ตามความในวรรคแีรก
          ข้อ 8. ถ้าคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร จะให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกที่ยังส่งคืนเงินกู้สามัญ หรือเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนไม่เสร็จก็ได้ ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดขึ้น
          ข้อ 9. ในการให้เงินกู้สามัญนั้น ถ้าปรากฏว่าสหกรณ์มีเงินทุนที่จะให้กู้ได้ไม่พอแก่การขอกู้อันมีลักษณะพึงให้กู้นั้นทุกราย ให้ถือลำดับในการพิจารณาให้เงินกู้ ดังต่อไปนี้
          (1) เงินกู้ซึ่งถือค่าหุ้นเป็นหลักประกันนั้น พึงให้ในลำดับก่อนเงินกู้ซึ่งมีหลักประกันอย่างอื่น
          (2) ในระหว่างเงินกู้ซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกันตามที่กล่าวใน (1) นั้นเงินกู้ซึ่งจำนวนน้อย พึงให้ก่อนเงินกู้ซึ่งมีจำนวนมาก เพื่อประโยชน์แห่งการนี้จำนวนเงินกู้ที่นำมาเทียบกันนั้น ให้คิดรวมทั้งเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนของผู้กู้คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) ด้วย
          ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นว่ามีเหตุผลพิเศษ จะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้

 

หมวด 3
เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน

          ข้อ 10. เมื่อสมาชิกมีเหตุฉุกเฉินอันแสดงหลักฐานพิสูจน์ได้ และประสงค์จะขอกู้เงินกู้ก็ให้ยื่นคำขอกู้ถึงสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้
        ข้อ 11. คณะกรรมการดำเนินการอาจมอบอำนาจให้ ประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการ และหรือกรรมการดำเนินการอื่นๆ ตามที่เห็นสมควรเป็นผู้วินิจฉัยให้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินแทนคณะกรรมการดำเนินการก็ได้ และให้ผู้ได้รับมอบดังกล่าวนั้นแถลงรายการเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินที่ให้ไปแลส่งคืนต่อคณะกรรมการดำเนินการเพื่อพิจารณาทุกเดือน
       ข้อ 12. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่งๆ นั้นให้มีจำนวนไม่เกินสามหมื่นบาท หรือหกเท่าของเงินได้รายเดือนของสมาชิกนั้นสุดแต่จำนวนไหนน้อยกว่า

 

หมวด 4
หลักประกันสำหรับเงินกู้

          ข้อ 13. การให้เงินกู้ทุกประเภทนั้น ผู้กู้ย่อมต้องทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้
          ข้อ 14. หลักประกันสำหรับเงินกู้นั้น ให้มีข้อกำหนดได้งต่อไปนี้
          (1) เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินนอกจากหนังสือกู้ซึ่งผู้กู้ได้ทำไว้ต่อสหกรณ์แล้วก็มิต้องมีหลักประกันอย่างอื่นอี เว้นแต่ผู้กู้มีค่าหุ้นสะสมน้อยกว่าจำนวนเงินที่กู้ต้องมีผู้ค้ำประกัน 1 คน
          (2) เงินกู้สามัญ ถ้าเงินกู้สามัญรายนั้น โดยเฉพาะรายเดียวก็ดี หรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อนของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) มีจำนวนไม่เกินกว่าค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ก็ไม่ต้องมีหลักประกันอย่างอื่นอีก
          ถ้าเงินกู้สามัญรายนั้น โดยเฉพาะรายเดียวก็ดี หรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อนของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) ก็ดีมีจำนวนเกินกว่าค่าหุ้นซึ่งผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ก็ต้องมีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้่ด้วย
          (3) มีสมาชิกซึ่งคณะกรรมการดำเนินการ เห็นสมควรอย่างน้อยคนหนึ่งค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัดเพื่อหนี้สินเกี่ยวกับเงินกู้สามัญรายนั้น ในส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้แกต่ถ้าผู้กู้มีเงินกู้สามัญรายก่อนเหลืออยู่ด้วยก็ต้องให้ค้ำประกันเพื่อหนี้สินเกี่ยวกับเงินกู้สามัญรายใหม่นั้นทั้งหมด
         
         

 



          

 

        

          เพื่อความมั่นคงในการให้เงินกู้สามัญ ให้กำหนดให้มีการค้ำประกันเงินกู้สามัญดังนี้
         (1) เงินกู้สามัญ ไม่เกิน 500,000 บาท ให้มีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่าสองคน
         (2) เงินกู้สามัญ เกินกว่า 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 800,000 บาท ให้มีผู้ค้ำประกันไม่น้อยสองคน และต้องจ่ายเบี้ยประกันสมทบเข้ากองทุนค้ำประกันเงินกู้สามัญ ตามระเบียบสหกรณ์ว่าด้วยกองทุนค้ำประกันเงินกู้สามัญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548
         (3) เงินกู้สามัญ เกินกว่า 800,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ให้ต้องมีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่าห้าคน และต้องจ่ายเบี้ยประกันสมทบเข้ากองทุนค้ำประกันเงินกู้สามัญ ตามระเบียบสหกรณ์ว่าด้วยกองทุนค้ำประกันเงินกู้สามัญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548         
       
สมาชิกผู้ค้ำประกันต้องทำหนังสือค้ำประกันให้ไว้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้ สมาชิกคนหนึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกัน สำหรับผู้กู้มากกว่าห้าคนในเวลาเดียวกันไม่ได้เมื่อผู้ค้ำประกันคนใดตาย หรือออกจากสหกรณ์ โดยเหตุอื่นหรือมีเหตุที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าไม่สม ควรหรือไม่ อาจที่จะเป็นผู้ค้ำประกันต่อไป ผุ้กู้ต้องจัดห้สมาชิกอื่นซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรเข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทนคนเดิมให้เสร็จภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
      
การที่สมาชิกผู้ค้ำประกันออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ ไม่เป็นเหตุให้ผู้นั้นหลุดพ้นจากการค้ำประกัน จนกว่าผู้กุ้ได้จัดให้สมาชิกอื่นซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร เข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทน
         (4) มีอสังหาริมทรัพย์อันปลอดภาระจำนอง รายอื่น จำนองเป็นประกันเต็มจำนวนเงินกู้รายนั้น โดยต้องเป็นที่พอใจคณะกรรมการดำเนินการว่าจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ต้องอยู่ภายในร้อยละแปดสิบแห่งค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น
         (5) มีหลักทรัพย์รัฐบาล หรือเอกสารการฝากเงินในสหกรณ์ ซึ่ง๕ณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรจำนำเป็นประกัน โดยจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ต้องอยู่ภายในร้อยละเก้าสิบแห่งค่าของหลักทรัพย์นั้น

 

หมวด 5
เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินก
ู้

         ข้อ 15. เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้นั้น ให้กำหนดไว้ดังนี้
        (1) เงินกู้สามัญ ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณา กำหนดให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้สามัญเป็นงวดรายเดือนเท่ากันพร้อมด้วยดอกเบี้ยเป้นำจนวนกี่งวด ก็สุดแต่จะเห็นเป็นการสมควรตามฐานะของผู้กู้จำนวนและความมุ่งหมายแห่งเงินกู้ แต่ไม่เกินสองร้อยยี่สิบงวดหรือหนึ่งร้อยเดือน ตั้งแต่เดือนที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรก
          เงินกู้สามัญที่ใช้หุ้น หรือเงินฝาก หรือหุ้นและเงินฝากรวมกันค้ำประกัน ที่มีจำนวนมากกว่า 1,000,000 บาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณากำหนดให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้เป็นรายงวดรายเดือนเท่ากัน พร้อมกับดอกเบี้ยเป็นจำนวนกี่งวดก็สุดแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควรตามฐานะของผู้กู้และความมุ่งหมายแห่งเงินกู้
         ในกรณีที่ผู้กู้มีคำขอเป็นหนังสือและคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่ามีเหตุอันสมควรผ่อนผันเป็นพิเศษคณะกรรมการดำเนินการ จะผ่อนเวลาการส่งเงินงวดชำระหนี้ สำหรับเงินกู้สามัญที่กำหนดไว้ตามความในวรรคก่อนนั้นให้แก่ผู้กู้คราวละหนึ่ง หรือหลายเดือนก้ได้ แต่กการผ่อนเวลาเช่นนั้นรวมกันทั้งหมดสำหรับเงินกู้สามัญรายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินหกเดือน
         (2) เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้เพะื่อเหตุฉุกเฉินพร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นงวดรายเดือนรวมหกเดือนหรือสิบสองงวดการจ่ายค่าจ้างสำหรับพนักงานที่รับค่าจ้างเดือนละ 1 งวด งวดแรกให้ส่งต้นเงินไม่ต่ำกว่าหนึ่งในหกของจำนวนเงินกุู้พร้อมดอกเบี้ยภายในวันสิ้นเดือนที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรก หรือสองในสิบของจำนวนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยสำหรับพนักงานที่รับค่าจ้างเดือนละ 2 งวด ส่งนเงินต้นที่เหลือดร้อมด้วยดอกเบี้ยให้ส่งภายในสิ้นเดือนถัดไป ทั้งนี้โดยไม่มีการผ่อนเวลาอย่างใดอีก
         ข้อ 16. การส่งเงินงวดชำระหนี้เงินกู้ทุกประเภท ซึ่งผู้กู้ต้องส่งต่อสหกรณ์นั้น ให้ส่งโดยวิธีหักจากเงินได้รายเดือนของผู้กู้ ณ ที่จ่าย
         ให้ถือว่าเงินงวดชำระหนี้ แต่ละลงดถึงกำหนดส่งภายในวันสิ้นเดือนนั้นๆ

 

หมวด 6
ดอกเบี้ยเงินกู้

          ข้อ 17. ให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทไม่เกินอัตราที่ีคณะกรรมการดำเนินการจะประกาศให้ทราบเป็นคราว ๆ ไป
          ข้อ 18. ดอกเบี้ยนั้นให้คิดเป็นรายวันตามจำนวนต้นเงินคงเหลือ

หมวด 7
การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินก
ู้

         ข้อ 19. ให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจตราควบคุมให้เงินกู้ทุกราย มีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้และเมื่อคณะกรรมการเห็นว่าหลักประกัน สำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่องผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
         ข้อ 20. ในกรณีใดๆ ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใดๆ เป็นอันถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิงพร้อมทั้งดอกเบี้ยในทันที โดยมิพักคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้ และให้คณะกรรมการดำเนินการจัดเรียกคืนโดยมิชักช้า
         (1) เมื่อผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ
         (2) เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการดำเนินการว่า ผู้กู้นำเงินไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่่ให้เงินกู้นั้น
         (3) เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่า หลักประกันสำหรับเงินกู้เกิดบกพร่อง และผู้กู้มิได้จัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่กำหนดที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
        (4) เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ (ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ย) เป็นเวลาถึงสองเดือน หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้นถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่งๆ
        ข้อ 21. ในกรณีที่เงินกู้เป็นอันต้องส่งคืนโดยสิ้นเชิงตามที่กล่าวแล้วในข้อ 20 ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชำระหนี้แทนผู้กู้ และไม่สามารถชำระหนี้นั้นโดยสิ้นเชิงได้ เมื่อผุ้ค้ำประกันร้องขอคณะกรรมการดำเนินการอาจผ่อนผันให้เรียกเก็บจากผู้ค้ำประกันเป็นงวดรายเดือนจนเสร็จตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ก็ได้สุดแต่จะพิจารณาเห็นสมควร
        ข้อ 22. ผุ้กู้ก็ดี ผู้ค้ำประกันก็ดี ต้องรับผูกพันว่าถ้าตนประสงค์จะขอออกหรือย้ายจากงานประจำตามข้อบังคับของสหกรณ์ข้อ 15 ข้อ 31 (3) ข้อ 35 และข้อ 36 ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบ และจัดการชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วจึงขอออกหรือย้ายจากงานประจำนั้นได้