โทรศัพท์มือถือตกน้ำควรทำอย่างไร

 
 

        

1. หลังจากเอาขึ้นจากน้ำแล้ว ห้ามกดปุ่ม power โดยเด็ดขาด ถ้าเปิดจะเกิดการลัดวงจร ให้ถอดแบตเตอรี่ให้เร็วที่สุด

2. หาผ้าเช็ดให้เเห้ง ทั้งด้านนอก แล้วเเบตเตอรี่ แล้วสำรวจดูว่า มีน้ำเข้าส่วนไหนบ้าง

3. หาถุงพลาสติก ใส่เครื่องไว้แล้วรักยางปิดถุง ไม่ต้องรัดเครื่อง

4. ห้ามใช้ไดร์เป่าผมเป่า ให้แห้งโดยเด็ดขาด เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ทั้งหลายเกลียด และกลัวความร้อนเป็นที่สุด

5. หาถุงผ้าหรือผ้าบางๆห่อเครื่องไว้ อย่าลืมเปิดฝาหลัง ที่ฟอกเเบตเตอรี่ด้วย หลังจากห่อแล้วรัดยางเอาไว้ เอาไปฝังในถังข้าวสาร 24 ชั่วโมง

6. หลังจากผ่านไป 1-2 วัน ก้เอาออกจากถังข้าวสาร แล้วนำเเบตเตอรี่ไปใส่ เพียงแค่นี้ มือถือของคุณ ก็กลับมาใช้ได้ตามปกติ

อย่าเอาโทรศัพท์มือถือวางทับบนบัตรเอทีเอ็ม

 ขอเตือนว่าอย่าเอาโทรศัพท์มือถือวางทับบนบัตรเอทีเอ็มเพราะคลื่นแม่เหล็กที่โทรศัพท์มือถือปล่อยออกมานั้นจะทำลายข้อมูลที่เก็บอยู่บนแถบแม่เหล็ก
ของบัตรเอทีเอ็มทำให้ใช้การไม่ได้ทันที อันเนื่องจากประสบการณ์ด้วยตนเองเมื่อคืนนี้
หลังจากที่ผมไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วเครื่องแจ้งว่ามีแต่ธนบัตรใบละ 100 ซึ่งจะจ่ายได้เพียง 20  ฉบับ ผมก้อโอเครับเอาออกมาไว้ก่อน แต่เนื่องจากต้องกดเป็นหมื่นจึงไปหาเครื่องอื่นโดยวางไว้คอนโซลข้างเกียร์ และหยิบเอาโทรศัพท์มือถือที่เสียบอยู่กระเป๋าหลังออกมาวางทับ ซึ่งปกติไม่เคยทำอย่างนี้  แต่วันนี้ต้องการเอาบัตรไปกดที่อื่นต่อจึงไม่เก็บเข้ากระเป๋าในทันที  แต่พอใช้ที่เครื่องอื่นๆ ก็แจ้งว่าใส่บัตรผิด ลองถึงสี่ตู้ก้อแจ้งเหมือนกัน 
จนกระทั่งย้อนกลับไปตู้แรกที่มี่แต่ฉบับละ 100 ก้อไม่ได้เหมือนกันวันนี้ไปแจ้งธนาคารเค้าตรวจสอบดูบอกว่าข้อมูลได้หายไปทั้งหมดเลย ต้องทำใหม่
เสียไป 300 บาทครับ แพงจัง ก็เลยเตือนเพื่อนๆให้ระวังด้วย
เมื่อมือถือหายทำให้คนขโมยใช้ไม่ได้ และขายไม่ได้
                มือถือแต่ละเครื่องจะมี S/N ของตัวเองเหมือนกับเลขประจำตัวประชาชน ถ้าต้องการทราบว่าเป็นเบอร์อะไร ให้กด *#06#  แล้วจะมีรหัส 15 หลักขึ้นมาให้เห็น เราควรจะบันทึกไว้ และถ้ามือถือเกิดการสูญหายไปก็ให้โทรไปบอก Service Providerแจ้งหมายเลข 15 หลักนั้นเพื่อที่จะ Blockการใช้โทรศัพท์ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์ที่หายไปหรือถูกขโมยไปไม่สามารถใช้ได้ถึงแม้จะ เปลี่ยน Sim Card จะส่งผลให้การขโมยโทรศัพท์มือถือไปขายลดลงในที่สุด