หลายเรื่องจากสหกรณ์

      คณะกรรมการสหกรณ์ฯ ชุดใหม่
ซึ่งมีคุณเฉลย  ชมบุหรั่น เป็นประธานกรรมการฯ ได้ทำการประชุมกันมา 3 ครั้งแล้ว โดยในการประชุมครั้งแรกเป็นการประชุมเพื่อทำการจัดสรรตำแหน่งคณะกรรมการฯ ชุดต่าง ๆ หลายชุด ที่สำคัญ คือคณะกรรมการอำนวยการได้แก่ นายเฉลย  ชมบุหรั่น  ประธานกรรการฯ นายชำนาญ  พิมพ์ดี รองประธานฝ่ายการเงิน นายวิรัต  ชูจิตต์ รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์  นางละออ  แก้วสาระ เลขานุการและนายลิขิต  มีบำรุง เหรัญญิก คณะกรรมการอำนวยการมีหน้าที่ในการดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ให้เป็นไปตามข้อบังคับฯ ระเบียบฯ และรวมทั้งมีอำนาจตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ในกรณีเร่งด่วนในช่วงที่ยังไม่มีการประชุมคณะกรรมการฯ  คณะกรรมการอำนวยการจะได้รับค่าเงินโบนัสจากการทำงานเป็นรายเดือนจากสหกรณ์ฯ ด้วย

 

        โครงการจัดสร้างหมู่บ้านสหกรณ์ฯ ซึ่งคณะกรรมการสหกรณ์ฯ ชุดที่แล้วได้ริเริ่มจัดทำไว้โดยประกาศให้สมาชิกที่มีความสนใจต้องการมีบ้านเป็นของตนเองแจ้งรายชื่อเพื่อแสดงความประสงค์ในการต้องการ
มีบ้านต่อสหกรณ์ฯ  ปรากฏว่ามีสมาชิกให้ความสนใจต้องการเข้าร่วมโครงการ 8 คน  คณะกรรมการฯ ชุดนี้ได้มีมติให้ยกเลิกการจัดทำโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ฯ แล้ว  เนื่องจากเห็นว่ามีสมาชิกให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการน้อย  บ้านที่จะสร้างมีราคาแพง และ สมาชิกทั้ง 8 คน สามารถยื่นคำขอกู้ได้เพียง 2 คนเท่านั้น คิดว่าคงต้องรอเวลาไว้สักสองสามปี รอให้สมาชิกใหม่มีอายุการเป็นสมาชิก และมีเงินเดือนกันมากกว่านี้  คณะกรรมการสหกรณ์ฯ จึงควรนำโครงการนี้มาพิจารณาจัดทำอีกครั้งหนึ่ง

 

        วันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ  ขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศได้จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันสหกรณ์แห่งชาติโดยพร้อมเพียงกัน  สำหรับในปีนี้ วันสหกรณ์แห่งชาติดูเงียบเหงามาก  เนื่องจากตรงกับวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาคดียืดทรัพย์พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้สื่อสารมวลชนทุกประเภทให้ความสำคัญในคดีดังกล่าวมากจนไม่มีการพูดถึงงานวันสหกรณ์แห่งชาติเลย  สำหรับจังหวัดอ่างทอง  ชมรมสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอ่างทองได้จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาตในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ที่วัดบ้านพราน อ. แสวงหา จ. อ่างทอง โดยมีการทำบุญเลี้ยงพระเพล  ทอดผ้าป่าสามัคคี และ เลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียนโรงเรียนวัดบ้านพรานจำนวนร้อยกว่าคน  โดยชมรมสหกรณ์จังหวัดอ่างทองเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมด ในพิธีเปิดงาน คุณศรีโพธิ์  วายุพักตร์ ประธานชมรมสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง เป็นผู้รายงานการจัดงานแก่ผู้แทนสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง หลังเสร็จพิธีการแล้ว ผู้ร่วมงานรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันอย่างอบอุ่น  การจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติของชมรมฯ ในปีนี้เป็นการจัดงานที่เรียบง่าย ประหยัด และ สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติด้วย  สำหรับเงินบริจาคร่วมการทอดผ้าป่าสามัคคีที่สมาชิกและสหกรณ์ฯ ของเราได้ร่วมกันบริจาคและนำไปสมทบกับสหกรณ์อื่น ๆ เป็นเงิน 3,600 บาท แม้ว่าจะเป็นเงินที่ไม่มากนักแต่ก็ถือว่าเราได้มีส่วนร่วมกับขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดของเรา ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมกันทำบุญกับชมรมสหกรณ์จังหวัดอ่างทองในครั้งนี้

 

         คดีที่อดีตผู้จัดการได้ฟ้องหมิ่นประมาทคณะกรรมการสหกรณ์ ชุดที่ 24
โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 16,026,420 บาท ได้ยุติลงเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 โดยโจทย์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดอ่างทอง  ซึ่งจำเลย คือ กรรมการสหกรณ์ฯ ได้คัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทย์  แต่ศาลได้อนุญาติให้โจทย์ถอนฟ้องได้  โดยก่อนหน้านั้น  ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ศาลอ่างทองมีคำสั่งไม่ประทับรับฟ้องจำเลย  แต่โจทย์ได้ยื่นอุธรณ์ต่อศาลอุธรณ์  และในวันที่ 18 ธันวาคม 2552 ศาลอุธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นไม่ประทับรับฟ้องเช่นเดียวกัน  สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความยุติธรรมที่ศาลได้มีให้แก่กรรมการทุกคนที่ถูกฟ้องในครั้งนี้  สำหรับคดีแรงงานที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้สหกรณ์ฯ จ่ายเงินค่าชดเชย เงินค่าเสียหาย และเงินอื่น ๆ ให้แก่อดีตผู้จัดการนั้น อยู่ในระหว่างการรอคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกแรงงาน ซึ่งคาดว่าอาจมีคำพิพากษาภายในปีนี้

 

        เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 คณะกรรมการสหกรณ์ฯ ชุดที่แล้ว
นำโดยคุณศรีโพธิ์  วายุพักตร์ ประธานฯ และ คุณเกษมศรี  เมฆหมอก ผู้ช่วย ผู้จัดการได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่สำนักงานใหญ่  ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่า จะให้สหกรณ์ฯ เข้าไปบริหารงานปั๊มน้ำมันปตท. ถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งขณะนี้ห้างหุ้นส่วนรินทองจำกัด  เช่าดำเนินการโดยจ่ายค่าเช่าให้สหกรณ์ฯ เป็นรายเดือน  โดยให้สหกรณ์ฯ เริ่มบริหารงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2553 โดยขณะนี้ สหกรณ์ฯ อยู่ระหว่างการเตรียมการด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้าไปบริหารงานตามที่ได้ตกลงกันไว้  จนถึงขณะนี้ สหกรณ์ฯ มีเวลาเตรียมตัวสำหรับการบริหารปั๊มน้ำมันเพียง 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นภาระที่หนักสำหรับกรรมการฯ ชุดใหม่  สิ่งที่สำคัญ ก็คือ เมื่อสหกรณ์ฯ เข้าไปดำเนินธุระกิจปั๊มน้ำมันแล้ว  สมาชิกฯ ทุกท่านที่มีรถจักรยานยนต์ รถยนต์จะต้องช่วยกันใช้บริการและต้องชักชวนให้บุคคลในครอบครัวมาใช้บริการเช่นเดียวกัน  ปั๊มน้ำมันของเราจึงจะอยู่ได้ และจะทำให้สมาชิกได้รับประโยชน์จากรายได้ที่เกิดจากการบริหารปั๊มน้ำมัน สหกรณ์ฯ จะประสบความสำเร็จในเรื่องปั๊มน้ำมันหรือไม่ สมาชิกทุกท่าน คือ ผู้มีส่วนร่วมด้วยไม่ใช่หรือ?