|
|||||||||||||
|
|
||||||||||||
|
ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2542 ข้อ 3. เจ้าหน้าที่สหกรณ์ต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย จักต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ |
|||||||||||||
| ข้อ 4. วินัยซึ่งเจ้าหน้าที่สหกรณ์ต้องรักษามีดังต่อไปนี้ ข้อ 5. โทษผิดวินัยมี 5 สถาน คือ ข้อ 6. การลงโทษไล่ออกนั้น ให้กระทำในกรณีเจ้าหน้าที่สหกรณ์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงดังระบุไว้ต่อไปนี้ ข้อ 7. การลงโทษเลิกจ้่างนั้นให้กระทำในกรณีที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์กระทำผิดวินัยเป็นเหตุให้เสียหายแก่สหกรณ์แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง ดังระบุไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 8. การลงโทษไล่ออกและเลิกจ้างนั้น ให้คณะกรรมการดำเนินการตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการดำเนินการ หรือเจ้าหน้าที่สหกรณ์ตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อยสามคนเพื่อสอบสวน การสอบสวนนั้นให้กระทำให้เสร็จโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการสอบสวนได้ทราบคำสั่ง เว้นแต่คณะกรรมการดำเนินการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น แม้ผู้ถูกกล่าวหาตายก่อนการสอบสวนพิจารณาถึงที่สุด ก็ให้สอบสวนต่อไปจนเสร็จเมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอรายงานพร้อมทั้งสำนวนการสอบสวนต่อผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาให้ความเห็น และเสนอตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการ ข้อ 9. ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ให้ลงโทษไล่ออกโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ในกรณีดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาเสนอรายงานพร้อมด้วยหลักฐานตามลำดับ จนถึงคณะกรรมการดำเนินการ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่ามีหลักฐานฟังได้ตามรายงานนั้นก็ให้ไล่ออกได้ ข้อ 10. เมื่อเจ้าหน้าที่สหกรณ์ผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอายา เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่า หากผู้นั้นคงอยู่ในหน้าที่จะเป็นการเสียหายแก่สหกรณ์ก็ให้รายงานตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการเพื่อพิจารณาสั่งพักงาน การพักงานนั้นให้พักจนกว่าการสอบสวนพิจารณาถึงที่สุด ถ้าการสอบสวนพิจารณาได้ความว่าผู้ถูกสั่งพักมิได้กระทำความผิดและไม่มีมลทินมัวหมองก็ดี หรือผู้ถูกสั่งพักได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงก็ดี คณะกรรมการดำเนินการต้องสั่งใฟ้ผู้นั้นกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งเทียบเท่าส่วนเงินเดือนหรือค่าจ้างในระหว่างพักงานนั้น ในกรณีแรกให้จ่ายเต็มอัตรา ในกรณีหลังให้จ่ายกึ่งอัตรา ถ้าผู้ถูกสั่งพักตายก่อนการสอบสวนพิจารณาถึงที่สุด ให้จ่ายถึงวันที่ผู้นั้นตาย ถ้าการสอบสวนพิจารณาได้ความเป็นสัตย์ว่า ผู้ถูกสั่งพักได้กระทำผิดวินัยจริงให้ไล่ออกตามข้อ 6 หรือ ปลดออกตามข้อ 7 ตั้งแต่พักงานหรือแม้จะไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่าถูกสัี่งพักได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่มีมลทินมัวหมองในกรณีดังกล่าวนั้นให้เลิกจ้างตามข้อ 41 แห่งระเบียบว่าด้วยพนักงาน ข้อ 11. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์กระทำผิดวินัย แต่โทษไม่ถึงไล่ออก หรือเลิกจ้างผู้บังคับบัญชาจะสั่งลงโทษตัดเงินเดือนก้ได้ หรือถ้าเห็นว่ามีเหตุอันสมควรลดหย่อนหรือเป็นความผิดเล็กน้อย จะสั่งลงโทษตักเตือนเป็นหนังสือก็ได้ การลงโทษตามวรรคแรกสำหรับเจ้าหน้าที่สหกรณ์ในตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้างานลงไปให้ผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการ เสนอความเห็นสั่งลงโทษให้คณะกรรมการดำเนินการเป็นผู้ให้ความเห็นชอบทั้งนี้คณะกรรมการอาจสั่งให้ลงโทษต่ำหว่าหรือสูงกว่าความเห็นชอบของผู้จัดการ หรือผู้ช่วยผู้จัดการได้ โทษตัดเงินเดือนนั้น ผู้บังคับบัญชาจะลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดวินัยได้ครั้งหนึ่งไม่เกินอัตราต่อไปนี้
ถ้าผู้บังคับบัญชาู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาว่าความผิดของผู้นั้นอยู่ในอำนาจของตนที่จะลงโทษ ถ้าเห็นว่าความผิดนั้นควรจะลงโทษมากไปกว่าที่ตนมีอำนาจลงโทษก็ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเพื่อลงโทษตามสมควร ถ้าผู้บังคับบัญชาคนใดรู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย แต่ไม่จัดการลงโทษ หรือลงโทษไม่เป็นสุจริต ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นกระทำผิดวินัย ข้อ 13. เจ้าหน้าที่สหกรณ์ที่ถูกลงโทษฐานผิดวินัย ถ้าเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการดำเนินการได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง เมื่อคณะกรรมการดำเนินการ ได้รับและพิจารณาอุทธรณ์แล้วจะยกโทษ ลดโทษ เพิ่มโทษ หรือยืนตามคำสั่งเดิมก็ได้ ทั้งนี้โดยปกติให้กระทำให้เสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันได้รับอุทธรณ์ คำวินิจฉัย อุทธรณ์ ของคณะกรรมการดำเนินการให้เป็นอันสิ้นสุด ประกาศ ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2542
|
|||||||||||||