![]() ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด ว่าด้วย พนักงาน พ.ศ. 2542 |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ฯ ข้อ 43 และข้อ 49 ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 17 ครั้งที่ 8 วันที่ 7 มิถุนายน 2542 ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยพนักงานดังต่อไปนี้
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด ว่าด้วยพนักงาน พ.ศ. 2542" ข้อ 2. ให้ยกเลิกระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด พ.ศ. 2543
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| หมวดที่ 1 ข้อ 3. ให้สหกรณ์จ้างพนักงานตามจำนวนที่จำเป็นแก่การปฏิบัติงานประจำปีของสหกรณ์ ข้อ 4. ตำแหน่งพนักงานสหกรณ์มีดังนี้ หมวดที่ 2 ข้อ 5. ให้กำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับพนักงานของสหกรณ์ไว้ดังต่อไปนี้ เว้นแต่อัตราขั้นต่ำให้เป็นไปตามที่กฏหมายแรงงานกำหนด
หมวด 3 ข้อ 6. ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสหกรณ์ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ข้อ 7. ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณากำหนดการรับสมัครคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน ตามหลักเกณฑ์ในระเบียบนี้ ข้อ 8. การรับสมัคร ให้ประธานกรรมการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการ ประกาศรับสมัครมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยปิดประเาศไว้ ณ สำนักงานของสหกรณ์ ข้อ 9. ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันยื่นใบสมัครตามแบบที่สหกรณ์กำหนด พร้อมด้วยหลักฐานแสดงพื้นความรุ็ สำเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง สาขาเวชกรรมการ ซึ่งผู้รับรองผู้สมัครตามความในข้อ 6(4) และรับรองด้วยว่าผู้สมัครเป็นผู้มีอนามัยสมบูรณ์ ข้อ 10. ให้คณะกรรมการดำเนินการ แต่งตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และเลขานุการคนหนึ่ง เพื่อดำเนินการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน ข้อ 11. ในการคัดเลือกให้คณะกรรมการทดสอบผู้สมัครในวิชาที่กำหนดไว้ในข้อ 12 ตามที่เห็นสมควร ข้อ 12. ในการสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันให้คณะกรรมการอาจจัดให้สอบในวิชาดังต่อไปนี้ ข้อ 13. เมื่อการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว ให้ประธานกรรมการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันประกาศรายชื่อผุ้ได้รับการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันได้ตามลำดับคะแนนไว้ ณ สำนักงานของสหกรณ์ และให้เสนอผลการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันต่อคณะกรรมการดำเนินการโดยเร็ว ข้อ 14. ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน ได้เรียงตามลำดับจากคะแนนสูงมาหาต่ำเป็นพนักงานของสหกรณ์ ถ้ามีผู้สอบคัดเลือกได้คะแนนรวมเท่ากันหลายคน ให้ถือคะแนนวิชาในข้อ 12(1) เป็นเกณฑ์ตัดสิน และถ้าคะแนนในวิชาดังกล่าวยังเท่ากันอยู่อีก ก็ให้คณะกรรมการดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกโดยสอบสัมภาษณ์ ข้อ 15. การบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานได้ดำรงตำแหน่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ในกรณีที่มีเหตุควรยกเว้นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเป็นรายๆ ข้อ 16. ประธานกรรมการ มีอำนาจบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแห่งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งซึ่งไมาสูงกว่าผู้ช่วยผู้จัดการ รองผู้จัดการได้ทุกตำแหน่ง ภายในจำนวนอัตราตำแหน่งที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด ข้อ 17. ในการบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ ให้ประธานกรรมการดำเนินการพิจารณาผู้ที่มีคุณวุฒิ ความสามารถ ความจัดเจน และความเหมาะสมแก่ตำแหน่งเสนอขอรับความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ประธานกรรมการจึงสั่งบรรจุและแต่งตั้งได้ ข้อ 18. การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสหกรณ์ ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนดังต่อไปนี้ ผู้ได้รับการเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ จะได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งไม่ได้ แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งใหม่ก็ให้ได้รับขั้นที่เท่ากับเงินเดือนเดิม ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร ให้เพิ่มเงินเดือนแก่ผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามความในวรรคก่อนให้คณะกรรมการดำเนินการปรับเงินเดือนจากเงินเดือนเดิมได้ไม่เกินสองขั้น ข้อ 19. การบรรจุและแต่งตั้งพนักงาน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร หมวด 4 ข้อ 20. ถ้าตำแหน่งพนักงานว่าง และยังมิได้แต่งตั้งให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งนั้น หรือดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว ประธานรรมการมีอำนาจสั่งให้พนักงานที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่ง หรือทำแทนชั่วคราวได้ แต่การสั่งให้รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการก่อน ข้อ 21. ในการที่มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการ ให้คณะกรรมการดำเนินการ จัดให้มีการตรวจสอบหลักฐานทางบัญชี และการเงินกับบรรดาทรัพย์สินของสหกรณ์ เพื่อทราบฐานะอันแท้จริงของสหกรณ์ก่อนที่จะได้ส่งมอบกัน หมวด 5 ข้อ 22. ในการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสหกรณ์ ต้องให้พนักงานทำหนังสือสัญญาจ้างไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่สหกรณ์กำหนด และให้คณะกรรมการดำเนินการกำหนดให้มีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างดังปรากฏข้างล่างนี้ เพื่อประกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นแก่สหกรณ์ เนื่องจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำซึ่งพนักงานสหกรณ์ต้องรับผิดชอบ ให้คณะกรรมการดำเนินการ กำหนดจำนวนรวมแห่งมูลค่าของทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันตามที่เห็นสมควรแก่ลักษณะปริมาณของงานในความรับผิดชอบของพนักงาน และลูกจ้่างสหกรณ์แต่ละคนเพื่อให้คุ้มแก่ความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้น ข้อ 23. คณะกรรมการดำเนินการอาจพิจารณาอนุญาตให้พนักงานสหกรณ์ ถอนหลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมดได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อพนักงานสหกรณ์มีเงินสะสมรวมทั้งดอกเบี้ยตามความในหมวด 6 คุ้มจำนวนหรือมูลค่าแห่งหลักประกันนั้นๆ หมวด 6 ข้อ 24. พนักงานสหกรณ์ซึ่งมีเวลาทำงานในสหกรณ์ครบแปดเดือนในรอบปีทางบัญชีของสหกรณ์ จึงมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ข้อ 25. ในการเลื่อนเงินเดือนของพนักงานให้พิจารณาถึงความสามารถริเริ่มความอุตสาหะความรับผิดชอบ คุณภาพและปริมาณงานในหน้าที่ ตลอดจนความประพฤติและสมถรรภาพในการปฏิบัติงานในรอบปีทางบัญชีที่แล้วของสหกรณ์ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายในวงเงินประมาณการรายจ่ายสำหรับเลื่อนเงินเดือนประจำปี ข้อ 26. ผู้จัดการ มีอำนาจเลื่อนเงินเดือนของพนักงานตำแหน่งไม่สูงกว่ารองผู้จัดการในปีหนึ่งๆ ได้ไม่เกินหนึ่งขั้น ถ้าเกินกว่านั้นต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการ ข้อ 27. การเลื่อนเงินเดือนผู้จัดการ เป็นอำนาจของคณะกรรมการดำเนินการ หมวด 7 ข้อ 28. พนักงานสหกรณ์ต้องยินยอมให้สหกรณ์หักเงินเดือน ณ ที่จ่าย เพื่อนำเข้าบัญชีเงินสะสมของพนักงานสหกรณ์รายคนทุกเดือนจนถึงเดือนออกจากงาน เงินสะสมของพนักงานสหกรณ์ให้มีอัตราไม่ต่ำว่าร้อยละห้าของเงินเดือนโดยไม่มีเศษของบาท สหกรณ์จะคิดดอกเบี้ยเงินสะสมให้ในอัตราเดียวกับเงินฝากออมทรัพยืพิเศษ แต่ทั้งนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยคิดให้ตามจำนวนเดือนเต็ม และนำเข้าบัญชีสะสมของพนักงานสหกรณ์นั้นๆ ทุกวันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์ ข้อ 29. เงินสะสมของพนักงานสหกรณ์รวมทั้งดอกเบี้ยย่อมถือเป็นการประกันบรรดาความเสัียหายที่จะมีขึ้นแก่สหกรณ์ โดยการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของพนักงานสหกรณ์ พนักงานสหกรณ์จะงดส่งหรือถอนเงินสะสมรวมทั้งดอกเบี้ยไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนในระหว่างที่เป็นพนักงานสหกรณ์หาได้ไม่ หมวด 8 ข้อ 30. เมื่อสิ้นปีทางบัญชีหนึ่งๆ สหกรณ์อาจจัดสรรกำไรเป็นเงินโบนัสแก่พนัานของสหกรณ์ได้ตามข้อบังคับสหกรณ์
พนักงานสหกรณ์ผู้ใดมีเวลาทำงานไม่เต็มปีทาัีใดๆ ให้ได้รับเงินโบนัสลดลงตามส่วนแห่งเวลาทำงานในปีนั้น ข้อ 31. คณะกรรมการดำเนินการอาจไม่จ่ายเงินโบนัสไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่พนักงานของสหกรณ์คนใดก็ได้ หากปรากฏว่าพนักงานของสหกรณ์นั้นปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดหรือบกพร่องเป็นประจำ ไม่อุทิศเวลาให้สหกรณ์ ลาหยุดในระหว่างปีทางบัญชีเกินสมควร ทั้งยั้งไม่พยายามขวนขวายแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องขอ ข้อ 32. พนักงานของสหกรณ์ออกจากสหกรณ์ เพราะสหกรณ์เลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากสหกรณ์ดังนี้ การเลิกจ้าง หมายความว่า การที่สหกรณ์ให้พนักงานออกจากงานโดยไม่ได้กระทำผิดตามข้อ 34 อึ่ง สหกรณ์ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานของสหกรณ์ที่มีกำหนดระยะเวลาจ้างไม่แน่นอน และเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น หรือพนักงานของสหกรณ์ที่สหกรณ์แจ้งให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน และยังอยู่ในระยะเวลา ข้อ 33. พนักงานสหกรณ์คนใดทำงานในสหกรณ์นี้ด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาติดต่อกันมา ไม่น้อยกว่าห้าีขึ้นไป อาจมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเมื่อออกจากตำแห่ง เว้นแต่การออเราะถูกลงโทษ ไล่ออก หรือเลิกจ้างและมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยแล้วตามข้อที่ 32 การคำนวณเงินบำเห็จให้เอาเงินเดือนสุดท้ายตั้งคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานในสหกรณ์เศษของปี ถ้าถึง 180 วัน ให้นับเป็นหนึ่งปี ถ้าต่ำกว่านี้ให้ปัดทิ้ง จำนวนปีที่ทำงาน หมายถึง ระยะเวลาวันบรรจุพนักงานเข้าทำงานในสหกรณ์ จนถึงวันที่ลาออกจากสหกรณ์ หักด้วยวันลาของผู้นั้น ในกรณีจำนวนเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้มีจำนวนมากกว่าเงินชดเชยที่พนักงานพึงได้รับ ตามข้อ 32 ให้สหกรณ์จ่ายเงินบำเหน็จเพิ่มได้เฉพาะส่วนที่เินกว่าเงินชดเชยเท่านั้น พนักงานของสหกรณ์ซึ่งออกจากตำแหน่งเพราะตาย สหกรณ์จะจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ทายาท ข้อ 34. สหกรณ์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานของสหกรณ์ซึ่งเลิกจ้่างในกรณีใดดังต่อไปนี้ ข้อ 35. เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแก่พนักงานของสหกรณ์ให้สหกรณ์ตั้งเงินสำรองจ่ายเงินบำเหน็จ และค่าชดเชยไว้ตัดจ่ายประจำปีตามจำนวนที่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควร ข้อ 36. ภาษีเงินได้อันพึงชำระตามกฏหมาย ให้ผู้รับเงินชดเชย และเงินบำเหน็จเป็นผู้จ่ายทั้งสิ้น หมวด 9 ข้อ 37. พนักงานออกจากงานเมื่อ ข้อ 38. พนักงานผู้ใดประสงค์จะลาออกจากงานก็ย่อมทำได้โดยยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตน เพื่อเสนอตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาอนุญาตแล้วจึงถือว่าให้ออกจากงาน ข้อ 39. พนักงานสหกรณ์ซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ 6 นั้น ให้ถือว่าออกจากงานตั้งแต่วันที่คณะกรรมการดำเนินการลงมติ ข้อ 40. พนักงานสหกรณ์คนใดมีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ ให้เป็นอันออกจากงานเมื่อสิ้นปีทางบัญชีซึ่งเป็นปีที่ผู้นั้นอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์ โดยให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่จะได้มีการพิจารณาจ้างเป็นคราวๆ อีกคราวละไม่เกิน 1 ปี จนอายุครบ 55 ปี บริบูรณ์ การพิจารณาจ้างพนักงานสหกรณ์ตามวรรคก่อนจะทำได้แต่ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินพิเศษเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่สหกรณ์ และผู้นั้นยังมีสุขภาพสมบูรณ์เพียงพอที่จะปฏิบัติโดยมีสมรรถภาพ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการ ข้อ 41. คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจเลิกจ้างพนักงานสหกรณ์ในกรณีดังต่อไปนี้ ข้อ 42. การลงโทษพนักงานของสหกรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยวินัยการสอบสวน การลงโทษสำหรับพนักงานสหกรณ์ ข้อ 43. ผู้ที่สหกรณ์ได้จ้างไว้แล้วก่อนวันใช้ระเบียบนี้ ให้ถือว่าเป็นพนักงานสหกรณ์มีสิทธิ และหน้าที่ตามระเบียบนี้ทุกประการ พนักงานสหกรณ์คนใดยังไม่ได้จัดทำสัญญจ้าง และหรือจัดให้มีหลักประกันไว้ต่อสหกรณ์ให้จัดทำสัญญาจ้าง หรือจัดให้มีหลักประกันให้เสร็จภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันใช้ระเบียบนี้ ข้อ 44. ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2542 ประกาศไว้ ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2542
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||