ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด
ว่าด้วย พนักงาน พ.ศ. 2542

 

        อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ฯ ข้อ 43 และข้อ 49 ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 17 ครั้งที่ 8 วันที่ 7 มิถุนายน 2542 ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยพนักงานดังต่อไปนี้

 


        ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด ว่าด้วยพนักงาน พ.ศ. 2542"

       ข้อ 2. ให้ยกเลิกระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด พ.ศ. 2543

 

หมวดที่ 1
อัตรากำลังและตำแหน่งพนักงาน

         ข้อ 3. ให้สหกรณ์จ้างพนักงานตามจำนวนที่จำเป็นแก่การปฏิบัติงานประจำปีของสหกรณ์

         ข้อ 4. ตำแหน่งพนักงานสหกรณ์มีดังนี้
         4.1 พนักงานประจำสำนักงาน
         4.2 พนักงานการเงิน พนักงานบัญชี พนักงานธุรการ พนักงานประจำหน่วย
         4.3 ผู้ช่วยหัวหน้างาน หรือผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย หรือพนักงานอาวุโส
         4.4 หัวหน้างาน หรือหัวหน้าฝ่าย
         4.5 ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการ
         4.6 ผู้จัดการ

หมวดที่ 2
อัตราเงินเดือน

         ข้อ 5. ให้กำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับพนักงานของสหกรณ์ไว้ดังต่อไปนี้ เว้นแต่อัตราขั้นต่ำให้เป็นไปตามที่กฏหมายแรงงานกำหนด

ขั้น บัญชี 9(1) บัญชี 9(2) บัญชี 9(3)   ขั้น บัญชี 9(1) บัญชี 9(2) บัญชี 9(3)
1
4,450
4,450
4,450
28 14,740
15,350
15,980
1.5
4,560
4,570
4,580
28.5 15,100
15,720
16,370
2
4,680
4,710
4,720
29 15,470
16,090
16,780
2.5
4,800
4,830
4,860
29.5 15,850
16,490
17,190
3
4,930
4,960
4,990
30 16,230
16,890
17,590
3.5
5,060
5,100
5,140
30.5 16,640
17,300
18,010
4
5,180
5,220
5,280
31 17,050
17,720
18,430
4.5
5,310
5,360
5,410
31.5 17,450
18,130
18,840
5
5,430
5,500
5,560
32 17,850
18,540
19,260
5.5
5,550
5,630
5,710
32.5 18,260
18,950
19,690
6
5,670
5,760
5,850
33 18,660
19,360
20,110
6.5
5,800
5,900
6,000
33.5 19,090
19,810
20,570
7
5,930
6,030
6,150
34 19,530
20,260
21,040
7.5
6,060
6,180
6,280
34.5 19,970
20,710
21,530
8
6,200
6,320
6,430
35 20,400
21,160
22,030
8.5
6,340
6,450
6,580
35.5 20,830
21,680
22,580
9
6,460
6,600
6,720
36 21,260
22,180
23,140
9.5
6,600
6,740
6,870
36.5 21,750
22,760
23,710
10
6,740
6,880
7,020
37 22,230
23,330
24,290
10.5
6,870
7,020
7,170
37.5 22,800
23,900
24,890
11
7,010
7,170
7,320
38 23,370
24,470
25,490
11.5
7,140
7,310
7,470
38.5 23,970
25,100
26,140
12
7,290
7,460
7,360
39 24,560
25,730
26,790
12.5
7,430
7,620
7,790
39.5 25,180
26,360
27,500
13
7,560
7,760
7,930
40 25,800
26,980
28,220
13.5
7,720
7,920
8,100
40.5 26,420
27,660
29,000
14
7,870
8,080
8,260
41 27,040
28,340
29,770
14.5
8,030
8,240
8,430
41.5 27,720
29,080
30,550
15
8,170
8,390
8,590
42 28,400
29,810
31,330
15.5
8,330
5,550
8,770
42.5 29,080
30,550
32,170
16
8,480
8,710
8,950
43 29,750
31,280
33,000
16.5
8,640
8,880
9,140
43.5 30,490
32,100
33,860
17
8,800
9,060
9,330
44 31,210
32,910
34,730
17.5
8,970
9,240
9,540
44.5 31,950
33,720
35,590
18
9,150
9,430
9,740
45 32,670
34,530
36,460
18.5
9,340
9,630
9,960
45.5 33,480
35,450
37,460
19
9,540
9,830
10,180
46 34,300
36,370
38,460
19.5
9,740
10,040
10,420
46.5 35,110
37,290
39,450
20
9,950
10,260
10,660
47 35,910
38,200
40,460
20.5
10,170
10,520
10,940
47.5 36,810
39,180
41,560
21
10,380
10,760
11,220
48 37,700
40,160
42,680
21.5
10,630
11,040
11,500
48.5 38,680
41,190
43,810
22
10,890
11,320
11,790
49 39,640
42,210
44,940
22.5
11,170
11,610
12,080
49.5 40,620
43,320
46,190
23
11,450
11,880
12,380
50 41,600
44,430
47,430
23.5
11,730
12,180
12,720
50.5 42,590
45,560
48,840
24
12,020
12,490
13,060
51 43,590
46,700
50,250
24.5
12,330
12,830
13,390
51.5 44,600
47,880
51,680
25
12,650
13,160
13,740
52 45,600
49,080
53,110
25.5
12,980
13,520
14,100
52.5 46,610
50,270
54,540
26
13,320
13,880
14,460
53 47,640
51,450
55,980
26.5
13,670
14,230
14,840
53.5 48,660
52,650
57,410
27
14,000
14,600
15,220
54 49,680
53,680
58,850
27.5
14,370
14,980
15,600

 

หมวด 3
การรับสมัคร การคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน การบรรจุและการแต่งตั้งพนักงาน

        ข้อ 6. ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสหกรณ์ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
        (1) มีสัญชาติไทย
        (2) มีอายุไม่ต่กว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
        (3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริาสุทธิ์ใจ
        (4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพได้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบทั้งเป็นโรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
        (5) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศิลธรรมอันดี
        (6) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
        (7) ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษถึงต้องออกจากสหกรณ์ หรืออกจากราชการ หรือออกจากองค์การของรัฐบาล หรือสถาบันอื่น
        (8) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
        (9) ไม่เป็นผู้เคยออกจากสหกรณ์โดยได้กระทำผิดวินัย ซึ่งจะได้รับโทษไล่ออก หรือให้ออก ตามระเบียบว่าด้วยวินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับพนักงาน

          ข้อ 7. ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณากำหนดการรับสมัครคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน ตามหลักเกณฑ์ในระเบียบนี้

          ข้อ 8. การรับสมัคร ให้ประธานกรรมการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการ ประกาศรับสมัครมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยปิดประเาศไว้ ณ สำนักงานของสหกรณ์

         ข้อ 9. ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันยื่นใบสมัครตามแบบที่สหกรณ์กำหนด พร้อมด้วยหลักฐานแสดงพื้นความรุ็ สำเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง สาขาเวชกรรมการ ซึ่งผู้รับรองผู้สมัครตามความในข้อ 6(4) และรับรองด้วยว่าผู้สมัครเป็นผู้มีอนามัยสมบูรณ์

        ข้อ 10. ให้คณะกรรมการดำเนินการ แต่งตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และเลขานุการคนหนึ่ง เพื่อดำเนินการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน

        ข้อ 11. ในการคัดเลือกให้คณะกรรมการทดสอบผู้สมัครในวิชาที่กำหนดไว้ในข้อ 12 ตามที่เห็นสมควร

        ข้อ 12. ในการสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันให้คณะกรรมการอาจจัดให้สอบในวิชาดังต่อไปนี้
       (1) ความรู้เกี่ยวกับกฏหมาย กฏข้อบังคับ ระเบียบ และวิธีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสหกรณ์
       (2) คณิตศาสตร์ และหรือบัญชี
       (3) พิมพ์ดีดภาษไทย หรือการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
       (4) เขียนลายมืองามและรวดเร็ว
       (5) ความรู้เกี่ยวกับงานในตำแหน่งหน้าที่
       (6) สัมภาษณ์
        ผู้สอบคัดเลือกหรือสอบแข่งขันต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนทั้งหมด จึงจะถือว่าเป้นผู้สอบคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้
        กรณีที่ไม่มีผู้สอบได้ หรือได้คะแนนต่ำกว่าที่กำหนดไว้ตามความในวรรคก่อน คณะกรรมการอาจมีมติให้ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดในครั้งนั้นๆ เป็นผู้สสอบได้ก็ได้แต่ทั้งนี้ต้องมีมติเห็นชอบอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของคณกรรมการทั้งคณะ

         ข้อ 13. เมื่อการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว ให้ประธานกรรมการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันประกาศรายชื่อผุ้ได้รับการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันได้ตามลำดับคะแนนไว้ ณ สำนักงานของสหกรณ์ และให้เสนอผลการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันต่อคณะกรรมการดำเนินการโดยเร็ว

         ข้อ 14. ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน ได้เรียงตามลำดับจากคะแนนสูงมาหาต่ำเป็นพนักงานของสหกรณ์ ถ้ามีผู้สอบคัดเลือกได้คะแนนรวมเท่ากันหลายคน ให้ถือคะแนนวิชาในข้อ 12(1) เป็นเกณฑ์ตัดสิน และถ้าคะแนนในวิชาดังกล่าวยังเท่ากันอยู่อีก ก็ให้คณะกรรมการดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกโดยสอบสัมภาษณ์

         ข้อ 15. การบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานได้ดำรงตำแหน่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
         (1) พนักงานตามข้อ 4.1 , 4.2 , 4.3 และข้อ 4.4
         ก. ต้องเป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรไม่ต่ำกว่าประโยคมัทยมศึกษาตอนต้น หรือเทียบเท่่า หรือ
         ข. เป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรไม่ต่กว่าประโยคอาชีวศึกษา หรือ
         ค. เป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาการสหกรณ์ จากสถาบันการศึกษาทางสหกรณ์ ซึ่งทางราชการรับรอง
         (2) ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการ
         ก. ต้องได้รับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ในทางที่สหกรณ์ต้องการ หรือ
         ข. ต้องได้รับอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบไม่ต่กกว่าอนุปริญญาในทางที่สหกรณ์ต้องการ หรือ
         ค. ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานในสหกรณ์นี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
         (3) ผู้จัดการ
         ก. ต้องมีพื้นฐานความรู้ตาม (2) และดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการในสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือ
         ข. ต้องดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการในสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือดำรงตำแหน่งพนักงานในสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี
         ค. มีวุฒิอื่นที่เหมาะสมแก่ตำแหน่งตามที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

         ในกรณีที่มีเหตุควรยกเว้นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเป็นรายๆ

         ข้อ 16. ประธานกรรมการ มีอำนาจบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแห่งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งซึ่งไมาสูงกว่าผู้ช่วยผู้จัดการ รองผู้จัดการได้ทุกตำแหน่ง ภายในจำนวนอัตราตำแหน่งที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

        ข้อ 17. ในการบรรจุและแต่งตั้ง หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ ให้ประธานกรรมการดำเนินการพิจารณาผู้ที่มีคุณวุฒิ ความสามารถ ความจัดเจน และความเหมาะสมแก่ตำแหน่งเสนอขอรับความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ประธานกรรมการจึงสั่งบรรจุและแต่งตั้งได้

         ข้อ 18. การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสหกรณ์ ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนดังต่อไปนี้
         (1) ผู้มีพื้นฐานความรู้ตามข้อ 15(1) ก. ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 4,100 บาท
         (2) ผู้มีพื้นความรู้ตามข้อ 15(1) ข. และ ค. ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 5,240 บาท
         (3) ผู้มีพื้นฐานความรู้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 6,220 บาท
         (4) ผู้มีพื้นฐานความรู้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่กว่าปริญญาตรี ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนไม่เกิน 6,730 บาท
         (5) วุฒิอื่นๆ ให้บรรจุในอัตราซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

          ผู้ได้รับการเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ จะได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งไม่ได้ แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งใหม่ก็ให้ได้รับขั้นที่เท่ากับเงินเดือนเดิม

         ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร ให้เพิ่มเงินเดือนแก่ผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามความในวรรคก่อนให้คณะกรรมการดำเนินการปรับเงินเดือนจากเงินเดือนเดิมได้ไม่เกินสองขั้น

          ข้อ 19. การบรรจุและแต่งตั้งพนักงาน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

หมวด 4
การปฏิบัติหน้าที่แทนตำแหน่งพนักงาน หรือผู้จัดการและการเปลี่ยนตัวผู้จัดการ

         ข้อ 20. ถ้าตำแหน่งพนักงานว่าง และยังมิได้แต่งตั้งให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งนั้น หรือดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว ประธานรรมการมีอำนาจสั่งให้พนักงานที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่ง หรือทำแทนชั่วคราวได้ แต่การสั่งให้รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ หรือรองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการก่อน

         ข้อ 21. ในการที่มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการ ให้คณะกรรมการดำเนินการ จัดให้มีการตรวจสอบหลักฐานทางบัญชี และการเงินกับบรรดาทรัพย์สินของสหกรณ์ เพื่อทราบฐานะอันแท้จริงของสหกรณ์ก่อนที่จะได้ส่งมอบกัน

หมวด 5
หลักประกันของพนักงาน

        ข้อ 22. ในการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสหกรณ์ ต้องให้พนักงานทำหนังสือสัญญาจ้างไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่สหกรณ์กำหนด และให้คณะกรรมการดำเนินการกำหนดให้มีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างดังปรากฏข้างล่างนี้ เพื่อประกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นแก่สหกรณ์ เนื่องจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำซึ่งพนักงานสหกรณ์ต้องรับผิดชอบ
        (1) มีเงินสดจำนวนไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนดถือหุ้นไว้กับสหกรณ์
        (2) มีบุคคลซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรอย่างน้อยหนึ่งคนเป้นผู้ค้ำประกันอย่างไม่มีขีดจำกัด
        (3) มีหลักทรัพย์ของรัฐบาลไทย หรือหลัีกทรัพย์อย่างอื่นจำนำเป็นประกัน
        (4) มีอสังหาริมทรัพย์อันปลอดจากการจำนองรายอื่นจำนองเป็นประกันต่อสหกรณ์
        (5) มีเงินฝากสหกรณ์ประเภทหนึ่งประเภทใดหรือหลายประเภทรวมกับค้ำประกัน

        ให้คณะกรรมการดำเนินการ กำหนดจำนวนรวมแห่งมูลค่าของทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันตามที่เห็นสมควรแก่ลักษณะปริมาณของงานในความรับผิดชอบของพนักงาน และลูกจ้่างสหกรณ์แต่ละคนเพื่อให้คุ้มแก่ความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้น

        ข้อ 23. คณะกรรมการดำเนินการอาจพิจารณาอนุญาตให้พนักงานสหกรณ์ ถอนหลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมดได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อพนักงานสหกรณ์มีเงินสะสมรวมทั้งดอกเบี้ยตามความในหมวด 6 คุ้มจำนวนหรือมูลค่าแห่งหลักประกันนั้นๆ

หมวด 6
การเลื่อนเงินเดือน

       ข้อ 24. พนักงานสหกรณ์ซึ่งมีเวลาทำงานในสหกรณ์ครบแปดเดือนในรอบปีทางบัญชีของสหกรณ์ จึงมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

        ข้อ 25. ในการเลื่อนเงินเดือนของพนักงานให้พิจารณาถึงความสามารถริเริ่มความอุตสาหะความรับผิดชอบ คุณภาพและปริมาณงานในหน้าที่ ตลอดจนความประพฤติและสมถรรภาพในการปฏิบัติงานในรอบปีทางบัญชีที่แล้วของสหกรณ์ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายในวงเงินประมาณการรายจ่ายสำหรับเลื่อนเงินเดือนประจำปี

        ข้อ 26. ผู้จัดการ มีอำนาจเลื่อนเงินเดือนของพนักงานตำแหน่งไม่สูงกว่ารองผู้จัดการในปีหนึ่งๆ ได้ไม่เกินหนึ่งขั้น ถ้าเกินกว่านั้นต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการ

         ข้อ 27. การเลื่อนเงินเดือนผู้จัดการ เป็นอำนาจของคณะกรรมการดำเนินการ

หมวด 7
เงินสะสมของพนักงานสหกรณ์

        ข้อ 28. พนักงานสหกรณ์ต้องยินยอมให้สหกรณ์หักเงินเดือน ณ ที่จ่าย เพื่อนำเข้าบัญชีเงินสะสมของพนักงานสหกรณ์รายคนทุกเดือนจนถึงเดือนออกจากงาน

        เงินสะสมของพนักงานสหกรณ์ให้มีอัตราไม่ต่ำว่าร้อยละห้าของเงินเดือนโดยไม่มีเศษของบาท สหกรณ์จะคิดดอกเบี้ยเงินสะสมให้ในอัตราเดียวกับเงินฝากออมทรัพยืพิเศษ แต่ทั้งนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยคิดให้ตามจำนวนเดือนเต็ม และนำเข้าบัญชีสะสมของพนักงานสหกรณ์นั้นๆ ทุกวันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์

         ข้อ 29. เงินสะสมของพนักงานสหกรณ์รวมทั้งดอกเบี้ยย่อมถือเป็นการประกันบรรดาความเสัียหายที่จะมีขึ้นแก่สหกรณ์ โดยการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของพนักงานสหกรณ์

         พนักงานสหกรณ์จะงดส่งหรือถอนเงินสะสมรวมทั้งดอกเบี้ยไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนในระหว่างที่เป็นพนักงานสหกรณ์หาได้ไม่

หมวด 8
การจ่ายเงินโบนัส เงินบำเหน็จและค่าชดเชย

         ข้อ 30. เมื่อสิ้นปีทางบัญชีหนึ่งๆ สหกรณ์อาจจัดสรรกำไรเป็นเงินโบนัสแก่พนัานของสหกรณ์ได้ตามข้อบังคับสหกรณ์


         ให้คณะกรรมการดำเนินการกำหนดจำนวนเงินโบนัสที่จะจ่ายให้แก่พนักงานของสหกรณ์ตามส่วนแห่งอัตราเงินเดือนของแต่ละคน แต่อย่างสูงไม่เกินสี่เท่าของเงินเดือนซึ่งได้รับในเดือนสุดท้ายของปีทางบัญชีนั้นๆ

        พนักงานสหกรณ์ผู้ใดมีเวลาทำงานไม่เต็มปีทาัีใดๆ ให้ได้รับเงินโบนัสลดลงตามส่วนแห่งเวลาทำงานในปีนั้น

        ข้อ 31. คณะกรรมการดำเนินการอาจไม่จ่ายเงินโบนัสไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่พนักงานของสหกรณ์คนใดก็ได้ หากปรากฏว่าพนักงานของสหกรณ์นั้นปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดหรือบกพร่องเป็นประจำ ไม่อุทิศเวลาให้สหกรณ์ ลาหยุดในระหว่างปีทางบัญชีเกินสมควร ทั้งยั้งไม่พยายามขวนขวายแก้ไขข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องขอ

        ข้อ 32. พนักงานของสหกรณ์ออกจากสหกรณ์ เพราะสหกรณ์เลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากสหกรณ์ดังนี้
        (1) พนักงานซึ่งทำงานติดต่อกันร 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี โดยรวมวันหยุดวันลา และวันที่สหกรณ์สั่งให้หยุดเพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ โดยจะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
        (2) พนักงานซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี โดยรวมวันหยุดวันลา และวันที่สหกรณ์สั่งให้ยุดงานเพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ โดยจะได้รับค่าชดเชยเท่าั่า้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
        (3) พนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี โดยรวมวันหยุดวันลา และวันที่สหกรณ์สั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ โดยจะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
        (4) พนักงานที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี โดยรวมวันหยุดวันลา และวันที่สหกรณ์สั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ โดยจะได้รับค่าชดเยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน

        การเลิกจ้าง หมายความว่า การที่สหกรณ์ให้พนักงานออกจากงานโดยไม่ได้กระทำผิดตามข้อ 34

         อึ่ง สหกรณ์ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานของสหกรณ์ที่มีกำหนดระยะเวลาจ้างไม่แน่นอน และเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น หรือพนักงานของสหกรณ์ที่สหกรณ์แจ้งให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน และยังอยู่ในระยะเวลา

         ข้อ 33. พนักงานสหกรณ์คนใดทำงานในสหกรณ์นี้ด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาติดต่อกันมา ไม่น้อยกว่าห้าีขึ้นไป อาจมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเมื่อออกจากตำแห่ง เว้นแต่การออเราะถูกลงโทษ ไล่ออก หรือเลิกจ้างและมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยแล้วตามข้อที่ 32

        การคำนวณเงินบำเห็จให้เอาเงินเดือนสุดท้ายตั้งคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานในสหกรณ์เศษของปี ถ้าถึง 180 วัน ให้นับเป็นหนึ่งปี ถ้าต่ำกว่านี้ให้ปัดทิ้ง

        จำนวนปีที่ทำงาน หมายถึง ระยะเวลาวันบรรจุพนักงานเข้าทำงานในสหกรณ์ จนถึงวันที่ลาออกจากสหกรณ์ หักด้วยวันลาของผู้นั้น

        ในกรณีจำนวนเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้มีจำนวนมากกว่าเงินชดเชยที่พนักงานพึงได้รับ ตามข้อ 32 ให้สหกรณ์จ่ายเงินบำเหน็จเพิ่มได้เฉพาะส่วนที่เินกว่าเงินชดเชยเท่านั้น

        พนักงานของสหกรณ์ซึ่งออกจากตำแหน่งเพราะตาย สหกรณ์จะจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ทายาท

         ข้อ 34. สหกรณ์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานของสหกรณ์ซึ่งเลิกจ้่างในกรณีใดดังต่อไปนี้
         (1) ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดทางอาญาโดยเจตนาแก่สหกรณ์
         (2) จงใจทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย
         (3) ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฏหมายของสหกรณ์ และสหกรณ์ได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงสหกรณ์ไม่จำเป็นต้องตักเตือน
         (4) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
         (5) ประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
         (6) ได้รับโทษจำคุก ตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

        ข้อ 35. เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแก่พนักงานของสหกรณ์ให้สหกรณ์ตั้งเงินสำรองจ่ายเงินบำเหน็จ และค่าชดเชยไว้ตัดจ่ายประจำปีตามจำนวนที่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควร

          ข้อ 36. ภาษีเงินได้อันพึงชำระตามกฏหมาย ให้ผู้รับเงินชดเชย และเงินบำเหน็จเป็นผู้จ่ายทั้งสิ้น

หมวด 9
การพ้นสภาพจากตำแหน่ง

         ข้อ 37. พนักงานออกจากงานเมื่อ
         (1) ตาย
         (2) ลาออก
         (3) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6
         (4) เกษียณอายุที่กำหนดไว้ใ้นข้อ 40
         (5) เลิกจ้าง
         (6) ให้ออก

          ข้อ 38. พนักงานผู้ใดประสงค์จะลาออกจากงานก็ย่อมทำได้โดยยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตน เพื่อเสนอตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาอนุญาตแล้วจึงถือว่าให้ออกจากงาน

         ข้อ 39. พนักงานสหกรณ์ซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ 6 นั้น ให้ถือว่าออกจากงานตั้งแต่วันที่คณะกรรมการดำเนินการลงมติ

         ข้อ 40. พนักงานสหกรณ์คนใดมีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ ให้เป็นอันออกจากงานเมื่อสิ้นปีทางบัญชีซึ่งเป็นปีที่ผู้นั้นอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์ โดยให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่จะได้มีการพิจารณาจ้างเป็นคราวๆ อีกคราวละไม่เกิน 1 ปี จนอายุครบ 55 ปี บริบูรณ์

         การพิจารณาจ้างพนักงานสหกรณ์ตามวรรคก่อนจะทำได้แต่ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินพิเศษเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่สหกรณ์ และผู้นั้นยังมีสุขภาพสมบูรณ์เพียงพอที่จะปฏิบัติโดยมีสมรรถภาพ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการ

         ข้อ 41. คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจเลิกจ้างพนักงานสหกรณ์ในกรณีดังต่อไปนี้
         (1) เมื่อสหกรณ์ยุบตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงอยู่
         (2) เมื่อมีเหตุอันสมควรซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าผู้นั้นหย่อยสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน หรือมีความบกพร่องในการปฏิบัติงานอยู่เนืองๆ หรือไม่อาจไว้วางใจผู้นั้นในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
         (3) เมื่อมีมลทิน หรือมัวหมองในกรณีความผิดวิัยอย่างร้ายแรง หรือในกณีมีความผิดอาญา เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
         (4) เมื่อต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก สำหรับความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
         (5) เลิกจ้างตามสัญญาจ้าง

          ข้อ 42. การลงโทษพนักงานของสหกรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยวินัยการสอบสวน การลงโทษสำหรับพนักงานสหกรณ์

          ข้อ 43. ผู้ที่สหกรณ์ได้จ้างไว้แล้วก่อนวันใช้ระเบียบนี้ ให้ถือว่าเป็นพนักงานสหกรณ์มีสิทธิ และหน้าที่ตามระเบียบนี้ทุกประการ

         พนักงานสหกรณ์คนใดยังไม่ได้จัดทำสัญญจ้าง และหรือจัดให้มีหลักประกันไว้ต่อสหกรณ์ให้จัดทำสัญญาจ้าง หรือจัดให้มีหลักประกันให้เสร็จภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันใช้ระเบียบนี้

         ข้อ 44. ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2542

              ประกาศไว้ ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2542


          ศรีโพธิ์ วายุพักตร์
          (นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์)
         ประธานกรรมการ
         สหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานไทยเรยอน จำกัด