ระเบียบสหกรณ์
ว่าด้วย เจ้าหน้าที่และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน พ.ศ.2550

                                                                                      หมวด  8
                                                                      วัน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
             ข้อ  31 วันทำงาน สหกรณ์กำหนดให้เจ้าหน้าที่ทำงานสัปดาห์ละ  6 วัน  ตั้งแต่วันจันทร์  ถึงวันเสาร์
             ข้อ 32  เวลาทำงานปกติ  สหกรณ์กำหนดให้เจ้าหน้าที่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น.              ข้อ 33 เวลาพัก สหกรณ์กำหนดให้เจ้าหน้าที่หยุดพักระหว่างการทำงานปกติ เวลา 12.00 น. ถึงเวลา 13.00 น.
สหกรณ์ และเจ้าหน้าที่อาจตกลงกันกำหนดเวลาพักระหว่างการทำงานตามวรรคหนึ่งเป็นอย่างอื่นก็ย่อมทำได้ โดยต้องพักไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความราบรื่นและอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกที่มาใช้บริการ

                                                                                                                         หมวด  9
                                                                                                    วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
                ข้อ  34 วันหยุดประจำสัปดาห์ สหกรณ์กำหนดให้เจ้าหน้าที่หยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์ละ1 วัน  ได้แก่ วันอาทิตย์
                ข้อ  35 วันหยุดตามประเพณี สหกรณ์กำหนดให้เจ้าหน้าที่หยุดงานตามประเพณีได้ปีละ 13 วัน ดังนี้
                           1. วันขึ้นปีใหม่
                           2. วันมาฆบูชา
                           3. 
วันจักรี
                           4. วันสงกรานต์
                           5. วันแรงงานแห่งชาติ
                           6. วันฉัตรมงคล
                           7. วันวิสาขบูชา
                           8. วันเข้าพรรษา
                           9. วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบรมราชินีนาถ
                         10. วันปิยะมหาราช
                         11. วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
                         12. วันรัฐธรรมนูญ
                         13. วันสิ้นปีเก่า

                  ในกรณีที่วันหยุดประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้หยุดชดเชยวันหยุดตามประเพณีในวันทำงานถัดไป
                   ข้อ  36 วันหยุดพักผ่อนประจำปี  สหกรณ์กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานครบ 1 ปี    หยุดพักผ่อนประจำปี จำนวน 6 วันทำงานต่อปี โดยจะจัดให้หยุดภายในปีต่อไป ซึ่งวันหยุดพักผ่อนประจำปีหากเจ้าหน้าที่ไม่หยุดในปีที่มีสิทธิก็สามารถสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไปได้แต่ทั้งนี้ให้สะสมได้ไม่เกินสองปี
               เจ้าหน้าที่มีอายุงานตั้งแต่  1  ปี  ขึ้นไปจะได้รับวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีเพิ่มเป็นดังนี้
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  1  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   6    วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  2  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   7    วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  3  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   10  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  4  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   11  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  5  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   12  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  6  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   13  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  7  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   14   วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  8  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   15   วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  9  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้   16   วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  10  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้  16  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  11  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้  17  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  12  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้  17  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  13  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้  17  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  14  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้  18  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  15  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้  18  วัน
                                เจ้าหน้าที่ที่ทำงานมาครบ  16  ปี  มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีได้  19  วัน

                                                                                                                   หมวด 10

                                                                                         การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด

                ข้อ  37  การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
                                (1) ในกรณีที่สหกรณ์มีเหตุฉุกเฉิน หรือ ความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำงานติดต่อ กันไปถ้าหยุดแล้วจะเกิดความเสียหายสหกรณ์จะให้เจ้าหน้าที่ทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน   หรือทำ
งานในวันหยุดรวมถึงทำงานล่วงเวลาในวันหยุดได้ตามความจำเป็น โดยสหกรณ์จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า และเจ้าหน้าที่จะต้องให้ความร่วมมือในการทำงานล่วงเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหน้าที่ก่อน
                                (2) ในกรณีที่สหกรณ์มีความจำเป็นต้องทำงานเพื่อเพิ่มการบริการ    สหกรณ์จะให้เจ้าหน้าที่ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุดเป็นครั้งคราวเท่าที่เป็นประโยชน์แก่การบริการ ทั้งนี้ สหกรณ์จะให้เจ้าหน้าที่ที่สมัครใจทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุดได้ไม่เกินสามสิบหกชั่วโมงต่อสัปดาห์             ข้อ                  ข้อ  38  อัตราค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาทำงานในวันหยุด
                                ก. ค่าล่วงเวลา
                                (1) สหกรณ์จะจ่ายค่าล่วงเวลา สำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติในอัตราหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำ 
                                (2) สหกรณ์จะจ่ายค่าล่วงเวลาสำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดในอัตราสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำ
                                ข. ค่าทำงานในวันหยุด
                                (1)  เจ้าหน้าที่ ที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด วันหยุดประจำสัปดาห์  วันหยุดตามประเพณี  และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ถ้ามาทำงานในวันหยุดดังกล่าวจะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้าง ต่อชั่วโมงการทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ
                                (2) เจ้าหน้าที่ ที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ ถ้ามาทำงานในวันหยุดดังกล่าว จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยตามจำนวนผลงานที่ทำได้ สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

                                                                                                                  หมวด  11

                                                                          การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด

                ข้อ  39 การไม่จ่ายค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และค่าทำงานในวันหยุด
                                ก. สหกรณ์จะไม่จ่ายค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่เจ้าหน้าที่ ดังนี้
                                (1) เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายให้มีอำนาจทำการแทนสหกรณ์  เกี่ยวกับการจ้าง การลดค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง
                                (2) เจ้าหน้าที่ที่ถูกกำหนดให้ทำงานที่มีลักษณะ  หรือสภาพที่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ และโดยลักษณะหรือสภาพของงาน ไม่อาจกำหนดเวลาที่แน่นอน
                                (3) เจ้าหน้าที่ที่ถูกกำหนดให้อยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินเป็นครั้งคราว
                                ข. สหกรณ์จะไม่จ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่เจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับมอบหมายให้มีอำนาจทำการแทนสหกรณ์เกี่ยวกับการจ้าง การลดค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง
                ข้อ  40 การจ่ายค่าจ้างในวันหยุด
                                (1)  สหกรณ์ได้จ่ายค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ให้แก่เจ้าหน้าที่รายเดือน โดยจ่ายรวมอยู่ในเงินเดือนแล้ว
                                (2) สหกรณ์ได้จ่ายค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้แก่เจ้าหน้าที่รายเดือน โดยจ่ายรวมอยู่ในเงินเดือนแล้ว               
ข้อ  41 การจ่ายค่าจ้างในวันลา
                                สหกรณ์จะจ่ายค่าจ้างในวันลาให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ลาถูกต้องตามระเบียบของสหกรณ์ดังนี้
                                (1) วันลาป่วย จะจ่ายตามจำนวนวันที่เจ้าหน้าที่ป่วยจริง แต่ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
                                (2) วันลาทำหมัน จะจ่ายตามจำนวนวันที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง กำหนดและออกใบรับรองให้เจ้าหน้าที่หยุดงาน
                                (3) วันลาคลอดบุตร จะจ่ายตามจำนวนวันที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน
                                (4) วันลากิจ จะจ่ายตามจำนวนวันที่สหกรณ์อนุญาตให้ลา แต่ไม่เกิน 10 วันต่อปี
                                (5) วันลาเพื่อฝึกความพรั่งพร้อมทางทหารตามจำนวนวันที่ลา  แต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี
                                (6) วันลาเพื่อการฝึกอบรม หรือพัฒนาความรู้ตามจำนวนวันที่สหกรณ์อนุญาต  แต่ไม่เกิน 15 วันต่อปี
                                (7) วันลาเพื่อการอุปสมบท และประกอบพิธีฮัจย์ ตามจำนวนวันที่สหกรณ์อนุญาตแต่ไม่เกิน 15 วันต่อปี
                                (8) วันลาเพื่อการทำงานศพ  บิดา มารดา คู่สมรสและบุตร จะจ่ายตามจำนวนวันลาครั้งละ  5  วัน  ต่อการทำงานศพแต่ละครั้ง
                                (9) วันลาเพื่อแต่งงานจะจ่ายให้ตามวันลาที่ได้รับอนุญาตแต่ไม่เกิน  3  วัน
                              (10) วันลากิจเพื่อติดต่อกับราชการ  แต่ไม่เกิน 3 วัน
                ข้อ 42 กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าจ้าง  ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วง เวลาในวันหยุด
                                (1)  สหกรณ์กำหนดให้มีการจ่ายเงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ฯลฯ ให้แก่เจ้าหน้าที่รายเดือน ๆ ละ 1 ครั้ง โดยจะจ่ายก่อนวันสิ้นเดือนสองวัน
                                (2)  สหกรณ์กำหนดให้มีการจ่ายเงินประเภทอื่นให้แก่เจ้าหน้าที่ ตามที่ตกลงกันในกรณีที่วันจ่ายค่าจ้างวันใดตรงกับวันหยุด ให้เลื่อนไปจ่ายในวันทำงาน  วันหยุดงานนั้น
                ข้อ 43 สถานที่จ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่  สหกรณ์จะจ่ายค่าจ้าง   ค่าล่วงหน้า   ค่าทำงานในวัน หยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดและเงินอื่น ให้แก่เจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการสหกรณ์

                                                                                                      หมวด  12
                                                                                                   วันลา และหลักเกณฑ์การลา
                ข้อ  44 วันลา  เจ้าหน้าที่มีสิทธิลาหยุดได้  ดังนี้
                                (1) การลาป่วย  เจ้าหน้าที่มีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การประสบอันตรายหรือ การเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานจนไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ และวันลาคลอดบุตรสหกรณ์จะให้หยุดตามความเห็นแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง โดยไม่ถือเป็นวันลาป่วย
                                (2) การลาทำหมัน เจ้าหน้าที่มีสิทธิลาหยุดงานเพื่อการทำหมันได้ตามจำนวนวันที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งของโรงพยาบาลกำหนดและออกใบรับรอง
                                (3) การลาคลอดบุตร เจ้าหน้าที่หญิงมีสิทธิหยุดงานก่อนหรือหลังการคลอดบุตรได้ไม่เกิน 90 วัน โดยให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย
                                (4)  การลากิจ โดยไม่ได้รับค่าจ้างเจ้าหน้าที่มีสิทธิลาหยุดงานเพื่อกิจธุระจำเป็นได้ไม่เกิน 7 วันต่อปี การลากิจเพื่อกิจธุระจำเป็น จะต้องเป็นกิจธุระเกี่ยวกับความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น
                                (5)  การลาเพื่อฝึกความพรั่งพร้อมทางทหาร  เจ้าหน้าที่มีสิทธิการลาหยุดงานเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพล  เพื่อตรวจ  เพื่อฝึกวิชาทหาร  หรือเพื่อทดสอบความพรั่งพร้อมทางทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารตามระยะเวลาที่ราชการกำหนด
                                (6)  การลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ ให้เจ้าหน้าที่มีสิทธิลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ ความสามารถได้ปีหนึ่งไม่เกิน 15 วัน ในกรณีดังต่อไปนี้            
                                ก. เพื่อประโยชน์ต่อการแรงงานและสวัสดิการสังคมหรือการเพิ่มทักษะความชำนาญเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของลูกจ้าง
                                ข. การสอบวัดผลทางการศึกษาที่ทางราชการจัดหรืออนุญาตให้จัดขึ้นแต่ไม่รวมถึง การลาไปศึกษาต่อ
                                ค. ลูกจ้างยื่นใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน  เมื่อสหกรณ์อนุญาตและจึงจะหยุดงานเพื่อการดังกล่าวได้
                ข้อ  45 หลักเกณฑ์การลา
                           ก.  การลาป่วย เจ้าหน้าที่ที่เจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ เจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบการลาป่วยดังนี้
                                (1) กรณีที่เจ้าหน้าที่สามารถลาป่วยล่วงหน้าได้     ให้ยื่นใบลาป่วยตามแบบใบลาที่
สหกรณ์กำหนด ก่อนการหยุดงาน ต่อผู้จัดการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณีพร้อมด้วยหลักฐาน  (ถ้ามี)
                                (2) กรณีที่เจ้าหน้าที่เจ็บป่วยกะทันหัน และไม่สามารถลาป่วยล่วงหน้าได้  ให้เจ้า-หน้าที่ยื่นใบลาป่วยในวันนั้น   หรือภายในวันแรกที่มาทำงานตามแบบใบลาที่สหกรณ์กำหนด   ต่อผู้จัดการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณีพร้อมด้วยหลักฐาน(ถ้ามี)
                                (3) การเจ็บป่วยของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป สหกรณ์อาจจะให้เจ้าหน้าที่แสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง   หรือหลักฐานของสถานพยาบาลของทางราชการประกอบการลาป่วยด้วยก็ได้
                                (4)  การลาป่วยโดยมิได้เจ็บป่วยจริง  สหกรณ์ถือว่าเจ้าหน้าที่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตอันเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ย่อมถูกลงโทษได้
                           ข.  การลาทำหมัน ให้เจ้าหน้าที่ยื่นใบลาล่วงหน้าตามใบลาที่สหกรณ์กำหนดต่อผู้จัดการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี และเมื่อการทำหมันสิ้นสุดแล้วให้เจ้าหน้าที่แสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งของโรงพยาบาลประกอบการลาด้วย
                           ค.  การลาคลอดบุตร
                            (1)  เจ้าหน้าที่ที่ประสงค์จะหยุดงานก่อนการคลอดบุตรให้ยื่นใบลาตามแบบที่สห-กรณ์กำหนดต่อผู้จัดการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายก่อนการหยุดงานแล้วแต่กรณี
                            (2)  เจ้าหน้าที่ที่ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ เนื่องจากการคลอดบุตร ให้เจ้าหน้าที่ยื่นใบลาตามที่สหกรณ์กำหนด พร้อมทั้งใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งของโรงพยาบาลต่อผู้จัดการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณีโดยให้ยื่นใบลาภายในสามวันนับแต่วันกลับมาทำงาน
                           ง. การลากิจ เจ้าหน้าที่ที่มีกิจธุระจำเป็นอันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ให้ยื่นใบลากิจต่อผู้จัดการหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณีล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน     ตามแบบใบลาที่
สหกรณ์กำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน (ถ้ามี) และเมื่อได้รับการอนุญาต จึงจะหยุดงานได้
                ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งไม่อาจลาล่วงหน้าได้ ให้เจ้าหน้าที่ยื่นใบลากิจภายในวันแรกที่มาทำงานพร้อมหลักฐาน (ถ้ามี) และเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงจะถือเป็นลากิจที่ถูกต้อง
                การลาที่ไม่มีเหตุผลอันสมควร สหกรณ์มีสิทธิไม่อนุญาตให้ลากิจได้ และให้ถือว่าเป็นการขาดงาน
                จ. การลาเพื่อฝึกความพรั่งพร้อมทางทหาร เจ้าหน้าที่ที่ได้รับหมายเรียกทางทหาร เพื่อการตรวจสอบการฝึกวิชาทหารหรือทดสอบ ความพรั่งพร้อมทางทหาร ให้ยื่นใบลาล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน ตามแบบใบลาที่สหกรณ์กำหนด พร้อมด้วยหลักฐานต่อผู้จัดการหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี  และเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติงานทางทหารดังกล่าว     และให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นกลับมารายงานตัวเพื่อทำงานตามปกติภายในสามวัน                        
ฉ. การลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ เจ้าหน้าที่ที่ประสงค์จะขอลาหยุดเพื่อเข้ารับการฝึกอบรม การประชุม การสัมมนา การชี้แจง การอภิปราย หรือการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานด้านแรงงาน สวัสดิการสังคม การเพิ่มทักษะในการทำงาน หรือการวัดผลการศึกษาที่ทางส่วนราชการจัด หรืออนุญาตให้จัดขึ้นให้เจ้าหน้าที่ยื่นใบลาตามแบบที่สหกรณ์กำหนดต่อผู้จัดการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายหรือแล้วแต่กรณี ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน โดยแสดงหลักฐานประกอบการลาดังกล่าวด้วย
                สหกรณ์จะพิจารณาอนุญาตให้ลาได้ตามความจำเป็น โดยไม่เสียหายต่อหน้าที่ความรับผิด  ชอบและงานของสหกรณ์ ประกอบกับประโยชน์ที่เจ้าหน้าที่จะได้รับเป็นสำคัญ     สหกรณ์อาจไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นลาหยุดได้ ถ้า
                                (1) สหกรณ์ได้อนุญาตให้ลาไปแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน
                                (2) สหกรณ์ได้อนุญาตให้ลาไปแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
                                (3) สหกรณ์มีความจำเป็นเร่งด่วนเกี่ยวกับงานที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นปฏิบัติอยู่ หากอนุ-ญาตให้ลาแล้วจะเกิดความเสียหายแก่สหกรณ์

                                                                                                หมวด  13
                                                                                      วินัย และโทษทางวินัย
                ข้อ 46 วินัย เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ต้องรักษาระเบียบวินัยโดยเคร่งครัด สหกรณ์กำหนดวินัยในการทำงานให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ดังนี้
                (1) สนับสนุนการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
                (2) ต้องรักษาความลับของสหกรณ์และไม่เป็นปรปักษ์ต่อขบวนการสหกรณ์
                (3) ต้องให้การต้อนรับ คำชี้แจง ความสะดวก ความเป็นธรรม และการสงเคราะห์แก่ผู้มาติดต่อในกิจการของสหกรณ์โดยมิชักช้า  ทั้งต้องสุภาพ เรียบร้อยต่อสมาชิกของสหกรณ์และประชาชนทั่วไป  ห้ามมิให้ดูหมิ่นเหยียดหยามบุคคลใด ๆ 
                (4) ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรมและประพฤติตนอยู่ในความสุจริต ห้ามมิให้กดขี่ข่มเหง หรือเบียดเบียน หรือกลั่นแกล้ง หรือจงใจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ หรือผู้ใดและห้ามมิให้อาศัยงานในหน้าที่ของตนไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อมหาผลประโยชน์แก่ตนหรือผู้อื่น
                (5) ต้องขวนขวายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ ขยัน รวดเร็ว เต็มความสามารถให้เกิดผลดีและความก้าวหน้าและสมาชิกของสหกรณ์   ทั้งเอาใจใส่ระมัดระวังผลประโยชน์ของสหกรณ์
                (6) ต้องไม่รายงานเท็จ หรือเสนอความเห็นที่ไม่สุจริตต่อผู้บังคับบัญชา
                (7) ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง แบบแผนและวิธีปฏิบัติของสหกรณ์
                (8) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่กิจการของสหกรณ์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ไม่ได้ทั้งนี้โดยจะต้องปฏิบัติหน้าที่และดำรงตำแหน่งในสหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ห้ามมิให้เป็นเจ้าหน้าที่ หรือตัวกระทำการในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใด ๆ หรือนิติบุคคลรูปอื่น ๆ  
                (9) ต้องสุภาพเรียบร้อย เชื่อฟัง  และไม่แสดงความกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา  ซึ่งสั่งในกิจการของสหกรณ์โดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในการปฏิบัติกิจการของสหกรณ์   ห้ามมิให้กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชา เหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปสั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษเป็นครั้งคราว
                (10)  ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าประพฤติชั่ว   ห้ามมิให้ประพฤติตนในทางที่อาจทำให้ เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่   เช่น  ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เสพสุรา   หรือของมึนเมาอย่างอื่นจนไม่สามารถครองสติได้  เสพยาเสพติดให้โทษ  มีหนี้สินรุงรัง  เล่นการพนัน  กระทำหรือ
ยอมให้ผู้อื่นกระทำการอื่นใด ซึ่งทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่
                (11)  ต้องไม่เสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น ในเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นอันขาด
                (12)  ต้องร่วมมือช่วยเหลือกันในกิจการของสหกรณ์ ต้องรักษาความสามัคคี บรรดาผู้อยู่ใน
วงงานของสหกรณ์ และต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจเป็นเหตุก่อให้เกิดการแตกแยกสามัคคี หรือก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในบรรดาผู้อยู่ในวงงานสหกรณ์
                (13)  ต้องร่วมมือประสานงานด้วยดีกับส่วนราชการ    หรือสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
สหกรณ์
                (14)  ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
                (15)  ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชา
                (16)  ต้องมาปฏิบัติงานให้ตรงตามเวลา และลงบันทึกเวลาทำงานตามที่กำหนด
                (17)  ต้องปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยในการทำงาน
                (18) ต้องดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักร  เครื่องมือ  และอุปกรณ์การทำงานให้อยู่ในสภาพดีและเป็นระเบียบเรียบร้อย ตามความจำเป็นหรือตามควรแก่หน้าที่ของตน
                (19)  ต้องช่วยกันระมัดระวังและป้องกันทรัพย์สินใด ๆ ในบริเวณที่ทำงานโดยมิให้สูญหายหรือเสียหายจากบุคคลใด ๆ หรือจากภัยพิบัติอื่น ๆ เท่าที่สามารถจะทำได้
                (20)  ต้องไม่กระทำการทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายบุคคลใดในบริเวณที่ทำงาน
                (21) ต้องไม่นำสิ่งผิดกฎหมายหรืออาวุธที่มีอันตรายร้ายแรง หรือวัตถุระเบิดเข้ามาบริเวณที่ทำงาน
                ข้อ  47 โทษทางวินัย โทษผิดวินัยมี 5  สถาน คือ
                                (1) ไล่ออก
                                (2) ให้ออก
                                (3) ลดขั้นเงินเดือน
                                (4) พักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
              (5) ตักเตือนเป็นหนังสือ
                ข้อ  48 การลงโทษไล่ออกนั้น  ให้กระทำในกรณีเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ดังระบุไว้ต่อไปนี้
                (1)  เปิดเผยความลับของสหกรณ์  หรือเป็นปรปักษ์ต่อขบวนการสหกรณ์  หรือสหกรณ์จนเป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย
                (2) ทำความผิดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก    เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
                (3) ต้องคำพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย
                (4) ทุจริตต่อหน้าที่
                (5) จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์    เป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
                (6)  ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในกิจการของสหกรณ์โดยชอบ   และการขัดคำสั่งนั้นเป็น เหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
                (7) ละทิ้งหน้าที่เป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
                (8) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่เป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
                (9) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
                (10) ดูหมิ่นเหยียดหยามผู้มาติดต่อในกิจการของสหกรณ์    หรือกดขี่ข่มเหงหรือเบียดเบียน สมาชิกสหกรณ์
                (11)  ขาดงานติดต่อกันเกิน 7 วัน โดยไม่มีเหตุอันควร
                ข้อ  49 การลงโทษให้ออกนั้น ให้กระทำในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์กระทำผิดวินัยเป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง ดังระบุไว้ดังต่อไปนี้
                (1) รายงานเท็จ หรือเสนอความคิดเห็นที่ไม่สุจริตต่อผู้บังคับบัญชา
                (2) จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์
                (3) ละทิ้งหน้าที่เนืองๆ
                (4) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่เนืองๆ
                (5) ทะเลาะวิวาทกับผู้ร่วมงานเป็นนิจสิน
                (6) ประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่
                ข้อ  50 การลงโทษไล่ออก และให้ออกนั้น ให้คณะกรรมการดำเนินการ หรือผู้บังคับบัญชาหรือตำแหน่งผู้จัดการ  ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการดำเนินการ  หรือเจ้าหน้าที่ตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อยสามคนเพื่อสอบสวน
                การสอบสวนนั้นให้กระทำให้เสร็จโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการสอบสวนได้รับทราบคำสั่ง เว้นแต่คณะกรรมการดำเนินการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นแม้ผู้ถูกกล่าวหาตายก่อนการสอบสวนพิจารณาถึงที่สุดก็ให้สอบสวนต่อไปจนเสร็จ เมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว   ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอรายงาน พร้อมทั้งสำนวนการสอบสวนต่อผู้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาให้ความเห็น และเสนอตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการ
                ข้อ  51 ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ให้ลงโทษไล่ออกโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน                
                (1) ทำความผิดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันกระทำโดยประมาท
                (2) ต้องคำพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย
                (3) ทำความผิดเกี่ยวกับทุจริตต่อหน้าที่และให้ถ้อยคำสารภาพต่อผู้บังคับบัญชา
                (4) พนักงานสอบสวน หรือศาล  หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า ทำความผิดเช่นนั้นแม้จะมิให้จำคุกก็ตาม
                (5)  ขาดงานติดต่อกันเกิน  7 วัน  และผู้บังคับบัญชาได้สอบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร
                ในกรณีดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาเสนอรายงานพร้อมด้วยหลักฐานตามลำดับ จนถึงคณะ-กรรมการดำเนินการ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่ามีหลักฐานฟังได้ตามรายงานนั้นก็ให้ไล่ออกได้
                ข้อ  52 การพักงานเพื่อสอบสวนความผิด ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กฎ ระเบียบ คำสั่ง หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท สหกรณ์มีสิทธิสั่งพักงานเพื่อสอบสวนความผิดเว้นแต่กรณีความผิด ชัดแจ้งโดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
(1) คำสั่งพักงานจะเป็นหนังสือโดยระบุความผิด
                                (2) กำหนดระยะเวลาพักงานได้ไม่เกิน 7 วัน
                                (3) สหกรณ์ต้องแจ้งคำสั่งพักงานให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนการพักงาน
                                (4) สหกรณ์จะจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างระหว่างเจ้าหน้าที่ พักงานในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่เจ้าหน้าที่ได้รับก่อนถูกสั่งพักงาน
                                (5) ในกรณีที่สอบสวนแล้วเจ้าหน้าที่มิได้กระทำความผิด สหกรณ์จะจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกตินับแต่วันที่สั่งพักงาน โดยให้ถือว่าเงินตาม(4) เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี
                ข้อ  53 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำการผิดวินัยแต่โทษไม่ถึงไล่ออก หรือให้ออกผู้บังคับบัญ-ชาจะสั่งลดขั้นเงินเดือนก็ได้หรือถ้าเห็นว่ามีเหตุอันควรลดหย่อน หรือเป็นความผิดเล็กน้อยจะสั่งลง โทษโดยการพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือตักเตือนเป็นหนังสือและจะให้ทำทัณฑ์บนไว้ด้วยก็ได้
                การลงโทษตามวรรคแรกสำหรับเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้าฝ่ายทั่วไปลงไป  ให้ผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการมีอำนาจสั่งลงโทษได้
                ในกรณีลงโทษลดขั้นเงินเดือน หากต้องลดเกินกว่าขั้นต่ำสุดของตำแหน่งก็ให้ลดในขั้นเงินเดือนสำหรับตำแหน่งถัดลงไปได้ ทั้งนี้การลงโทษลดขั้นเงินเดือน ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือยินยอมการลงโทษลดขั้นเงินเดือนด้วย
                ข้อ 54 ให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้จัดการลงไปรับผิดชอบดูแลระมัดระวังเจ้าหน้าที่ในบังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามวินัย
                ถ้าผู้บังคับบัญชารู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาว่าความผิดของผู้นั้นอยู่ในอำนาจของตนที่จะลงโทษ ถ้าเห็นว่าความผิดนั้นควรจะต้องลงโทษมากไปกว่าที่ตนมีอำนาจลงโทษก็ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเพื่อให้ลงโทษตามสมควร
                ถ้าผู้บังคับบัญชาคนใดรู้ว่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย แต่ไม่จัดการลงโทษ  หรือลงโทษไม่เป็นการสุจริต ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย
                ข้อ 55  เมื่อผู้มีอำนาจได้สั่งลงโทษแล้ว     ต้องเสนอรายงานการลงโทษนั้นตามลำดับจนถึงคณะกรรมการดำเนินการ              หากผู้บังคับบัญชาเหนือผู้สั่งลงโทษเห็นว่าโทษที่ลงนั้นเบาไป ให้มีอำนาจที่จะสั่งเพิ่มโทษได้ แต่โทษที่สั่งเพิ่มขึ้นกับโทษที่สั่งไว้แล้วเดิม ต้องไม่เกินอำนาจของผู้สั่งใหม่นั้น
                ข้อ  56  เจ้าหน้าที่ที่ถูกลงโทษฐานผิดวินัย  ถ้าเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันทราบคำสั่งการอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้รอการลงโทษไม่เกินคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
                เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้รับและพิจารณาอุทธรณ์แล้วจะยกโทษ ลดโทษ เพิ่มโทษ หรือยื่นตามคำสั่งเดิมก็ได้ ทั้งนี้โดยปกติให้กระทำให้เสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการดำเนินการให้เป็นอันสิ้นสุด

หน้าถัดไป