ทำไมต้องเหลือ 7,000 บาท

          สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่ได้อ่านประกาศที่ติดไว้ที่ป้ายประกาศสหกรณ์ฯ (จุด 8) คงทราบกันดีแล้วว่าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป สมาชิกที่ต้องการกู้เงินกู้สามัญหรือเงินกู้พิเศษกับสหกรณ์ฯ อาจได้รับสิทธิ์ หรือเงินกู้น้อยลง  เนื่องจากคณะกรรมการดำเนินการมีมติให้กำหนดเงินเหลือในซองของสมาชิก หลังจากหักเงินกู้สหกรณ์ฯ แล้ว จากที่เคยเหลือในซอง 5,000 บาท เป็นเหลือในซองไม่น้อยกว่า 7,000 บาท ต่อเดือน เพราะมีความเห็นว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายของสมาชิกและบุคคลในครอบครัวสูงขึ้น สมาชิกเหลือเงินในซองแค่เดือนละ 5,000 บาท  ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนอย่างแน่นอน ทำให้สมาชิกต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้ และต้องรับภาระดอกเบี้ยแพงจากนายทุน เงินที่เหลือในซอง 5,000 บาทก็ต้องนำไปจ่ายเป็นดอกเบี้ยให้แก่นายทุนอีก ทำให้หนี้สินพอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนต้องกู้ฉุกเฉินไปจ่ายดอกเบี้ยให้กับนายทุน เมื่อได้สิทธิกู้เงินกู้สามัญ หรือกู้พิเศษเพิ่ม ก็ต้องนำเงินก้อนไปชำระหนี้ ไม่เหลือเงินเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว  ทำให้ต้องกู้นอกระบบอีก  สมาชิกจึงมีหนี้สินวนเวียนอยู่เช่นนี้ แต่หากสมาชิกเหลือเงินในซองเดือนละ 7,000 บาท หรือเฉลี่ยวันละ 233 บาทก็น่าจะเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัว   
        
อย่างไรก็ตาม สมาชิกบางคนอาจต้องได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ของสหกรณ์ฯ 3  เพราะจะทำให้สิทธิการได้
รับเงินกู้น้อยลง แต่เพื่อให้สมาชิกwfhได้มีเงินเหลือในซองมากขึ้น สหกรณ์ฯ จำเป็นต้องปรับเงินเหลือในซองให้เหลือเพิ่มมากขึ้น และเพื่อให้มีผลกระทบต่อสมาชิกน้อยที่สุด คณะกรรมการฯ จึงกำหนดให้มีเงินในซองเหลือเดือนละ7,000 บาท เฉพาะสมาชิกที่มากู้เงินกู้สามัญ หรือเงินกู้พิเศษรายใหม่เท่านั้น  สำหรับสมาชิกที่ยังไม่ได้เปลี่ยนสัญญาเงินกู้สามัญ หรือเงินกู้พิเศษใหม่  เมื่อมีสิทธิในการกู้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินก็สามารถกู้ได้ตามปกติ และสหกรณ์ฯ จะคำนวณเงินเหลือในซองให้เดือนละ 5,000 บาท หรือ สมาชิกกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินไปแล้ว และเมื่อถูกหักเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินมาแล้ว 2 งวด  หากมาทำการกู้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินก็สามารถกู้ได้ตามปกติ และสหกรณ์ฯ จะคำนวณเงินเหลือในซองให้เดือนละ 5,000 บาทเช่นเดิม แต่เมื่อใดที่สมาชิกได้สิทธิใหม่ในการกู้เงินกู้สามัญหรือเงินกู้พิเศษ สหกรณ์ฯ จะคำนวณเงินในซองสมาชิกให้เหลือเดือนละ 7,000 บาท
          จากการสุ่มตัวอย่างเงินเดือนหลาย ๆ ระดับแล้ว การกู้เงินกู้สามัญตามสิทธินั้นจะไม่มีผลกระทบกับสมาชิก แต่เมื่อกู้สามัญหรือพิเศษ
แล้วหักมา 1งวดโดยปกติจะกู้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินได้อีก สิทธิการกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินนี่แหล่ะ  อาจต้องลดลงเพราะสมาชิกต้องเหลือเงินในซองเดือนละ 7,000 บาท หรือบางคนอาจไม่ได้สิทธิกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินเลย จนกว่าจะได้ปรับค่าจ้างต้นปี  เพราะคณะกรรมการมองเห็นว่าเมื่อสมาชิกกู้เงินสามัญหรือพิเศษได้รับเงินก้อนไปแล้วสมาชิกควรจะบริหารเงินที่ได้ไปให้เกิดประโยชน์โดยการเก็บออมฝากไว้กับสหกรณ์ฯ ก่อนเมื่อจำเป็นจึงมาเบิกไปใช้ประกอบกับสมาชิกมีเงินในซองเหลือเพิ่มขึ้นด้วย จึงน่าจะบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกลงได้ หรือสมาชิกบางท่านบอกว่าเงินเหลือในซองเดือนละ 5,000 บาทก็พอใช้อยู่แล้ว ขอแนะนำว่าเงินส่วนที่เหลือเพิ่มขึ้นนี้สามารถเป็นเงินเก็บในแต่ละเดือนได้โดยอาจให้สหกรณ์ฯ หักเข้าบัญชีเงินฝากเดือนละ 2,000 บาท ฝากครบ 5 เดือน สมาชิกมีเงินเก็บถึง 10,000 บาท หากฝากไว้ 10 เดือน มีเงินเก็บตั้ง 20,000 บาท แต่สำหรับคนที่เดือดร้อนเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือนก็มีเงินใช้เพิ่มขึ้นเดือนละ 2,000 บาท น่าจะเพียงพอนะ
          สหกรณ์ฯ ต้องการให้สมาชิกใหม่เห็นถึงความสำคัญของการเก็บออมมากกว่า เพราะเราเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ หลักการ คือ “เก็บออมและกู้เมื่อจำเป็น”  จึงกำหนดให้คำนวณเงินในซองเหลือเดือนละ 7,000 บาท  หากกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินครั้งแรกเนื่องจากปัจจุบันเป็นสมาชิกครบ 1 เดือนสามารถกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินได้ 30,000 บาท เหลือเงินในซองเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งโดยทั่วไปสามารถกู้ได้เต็ม 30,000 บาท แม้ว่าจะมีค่าหุ้นเพียง 650 - 1,000 บาท เท่านั้น เป็นภาระต่อผู้ค้ำประกัน แต่เมื่อกำหนดเงินในซองเหลือเดือนละ 7,000 บาท สมาชิกใหม่จะสามารถกู้ได้ประมาณ 10,000-15,000 บาทเท่านั้น สมาชิกมีเงินในซองไว้ใช้มากขึ้น  แต่จะมีหนี้น้อยลงและผู้ค้ำประกันรับภาระน้อยลงด้วย  สิ่งที่คณะกรรมการคาดหวัง ก็คือ อีกสักระยะหนึ่งสมาชิกสหกรณ์ฯ จะมีเงินใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น มีหนี้นอกระบบน้อยลง หรือบางคนอาจมีเงินเก็บออมไว้ใช้จ่ายเมื่อจำเป็นเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่า “ เงินเดือนไม่เหลือใช้เพราะถูกสหกรณ์ฯ หักจนหมดซอง ” ซึ่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพราะสหกรณ์ฯ กำหนดให้สมาชิกเหลือเงินในซองเดือนละ 5,000 บาท งวดวันที่ 7 สมาชิกจะเหลือเงินในซองมากหน่อยแต่ในงวดวันที่ 22 จะเหลือน้อยกว่าเพราะสหกรณ์ฯ หักค่าหุ้นในงวดวันที่ 22 แต่เมื่อรวมทั้งเดือนแล้วสมาชิกจะต้องเหลือเงินในซองเดือนละ 5,000 บาทนั่นเอง แต่ที่สมาชิกไม่มีเงินเหลือใช้เลยสาเหตุอาจเป็นเพราะสมาชิกเบิกเงินล่วงหน้ากับบริษัทฯ หรือไปกู้เงินกับบริษัทฯ หรือมีค่ารักษาพยาบาลเกิน บริษัทฯ จึงหักเงินในซองไว้ ซึ่งเงินจำนวนนี้สหกรณ์ฯ จะไม่สามารถล่วงรู้ได้ต่อเมื่อสมาชิกนำใบเงินเดือนมากู้เงินกับสหกรณ์ฯ จึงรู้ว่าสิทธิการกู้ก็ลดลงหรืออาจจะกู้เพิ่มไม่ได้