ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อ 14 ฉบับลงวันที่ 21 มิถุนายน 2532 ซึ่งสหภาพแรงงานไทยเรยอนทำไว้กับบริษัทกำหนดว่า “ พนักงานที่มีความประสงค์จะขอเกษียณตัวเองก่อนครบกำหนดเกษียณอายุตามระเบียบข้อบังคับการทำงานของบริษัทฯ ไม่เกิน 5 ปี บริษัทอนุญาตให้พนักงานผู้นั้นเกษียณก่อนกำหนดได้ โดยบริษัทฯ จะจ่ายเงินชดเชยให้เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 180 วัน หรือ 6 เดือน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิที่จะไม่อนุญาตให้พนักงานซึ่งจะเกษียณอายุตัวเองล่วงหน้าก็ได้ ”
สาระสำคัญของข้อตกลงฯ ดังกล่าว คือ พนักงานที่มีอายุงานเหลือไม่เกิน 5 ปี หรืออายุ 50 ปีขึ้นไป หากประสงค์จะขอเกษียณอายุก่อนกำหนดสามารถยื่นความประสงค์ต่อบริษัทได้ หากบริษัทอนุญาตให้เกษียณก่อนกำหนดได้บริษัทก็จะจ่ายเงินชดเชยให้เป็นเวลา 180 วันหรือ 6 เดือน ซึ่งเป็นอัตราเงินชดเชยสูงสุดในสมัยนั้น แต่ในปัจจุบันจะได้รับเงินชดเชยสูงสุด 300 วันหรือ 10 เดือน
นับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงฯ ดังกล่าว พนักงานก็ใช้สิทธิขอเกษียณอายุกันมาโดยตลอดด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน แต่เหตุผลหนึ่งที่ได้ยินมาก ก็คือ พนักงานที่ขอเกษียณอายุก่อนกำหนดหลายคนมีหนี้สินมาก ทั้งเงินกู้สหกรณ์ และเงินกู้นอกระบบ ทำให้เกิดความท้อถอยในการทำงาน บางคนบ่นว่าทำงานได้เงินมาก็ไม่ได้ใช้เงิน เพราะถูกบริษัท และ สหกรณ์ฯ หักหนี้และยังต้องหาเงินใช้หนี้นอกระบบอีกด้วย ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ลาออกจากงานด้วยการขอเกษียณก่อนกำหนดดีกว่าเพราะจะได้นำเงินชดเชย 10 เดือนและเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาชำระคืนหนี้สินที่มีอยู่ทั้งในระบบและนอกระบบ การเป็นหนี้สหกรณ์ฯ หรือหนี้นอกระบบเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสมาชิกทุกคน แต่ก็อยากบอกว่าเราต้องคิดในทางที่ดี หากเราไม่มีสหกรณ์ฯ หรือไม่มีเจ้าหนี้นอกระบบให้กู้เงินแล้ว ในตอนที่เราต้องใช้เงินเราจะทำอย่างไร? การที่สหกรณ์ฯ หรือเจ้าหนี้นอกระบบให้เรากู้เงินก็ทำให้เราแก้ไขปัญหาของเราไปได้แล้วระดับหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเรากู้เงินมาแล้ว เราก็ต้องรับผิดชอบรับใช้ไปจนกว่าหนี้จะหมดไป การที่เราเหลือเงินในซองน้อยเป็นเพราะเราได้เอาเงินของสหกรณ์ฯ หรือของเจ้าหนี้ไปใช้ก่อนแล้ว การเกิดความรู้สึกท้อถอย หมดกำลังใจในการทำงานและขอลาออกจากงานจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อลาออกจากงานแล้ว ปัญหาใหม่ก็จะเกิดขึ้นอีก นั่นคือ จะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายในครอบครัว จะหาเงินที่ไหนใช้หนี้สหกรณ์ฯ ที่เหลือและหนี้นอกระบบ สุดท้ายก็ต้องหนีหนี้ ผู้ที่เดือดร้อน คือ คนค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์ และเจ้าหนี้นอกระบบ
ผู้ที่ลาออกจากสหกรณ์ฯ เป็นจำนวนมากมีชีวิตหลังการออกจากงานที่ยากลำบาก เนื่องจากมีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต จึงอยากฝากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่คิดจะลาออกจากงานว่า ขอให้คิดให้รอบครอบ ลาออกไปแล้ว หากรู้ว่าคิดผิดก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว การยอมรับความจริงของชีวิต คือ การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และทำให้เรามีความสุขได้ แม้จะมีหนี้สินมากน้อยเพียงใด ไม่มีใครมีชีวิตอยู่ในโลกนี้โดยไม่มีปัญหา สู้ สู้
|